Thread Content
ก่อนที่มาตรฐานใหม่ๆ เช่น GB50517-2010 และ SH3501-2011 จะถูกประกาศใช้ ระดับของท่อสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีนั้นถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ A, B, C, D ท่อที่ใช้สำหรับขนส่งสารที่มีพิษหรือสามารถติดไฟได้ จะถูกจัดอยู่ในประเภท A และ B ; ท่อที่ใช้สำหรับส่งสื่อที่ไม่มีพิษและไม่ติดไฟ จะถูกจัดอยู่ในประเภท C และ D หลังจากมีการนำมาตรฐานใหม่มาใช้ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท A, B และ C โดยแต่ละประเภทจะแบ่งย่อยออกเป็น 5 ระดับอีกด้วย จากเอกสารในอดีตของบริษัทชาหมู่ พบว่าในขณะนั้นมีการปฏิบัติตามมาตรฐานเก่า โดยน้ำที่มีความเป็นกรด ก๊าซที่มีความเป็นกรด รวมถึงของเหลวที่มีปริมาณแอมโมเนียน้อย/มาก ถูกจัดอยู่ในระดับ SHB ขณะนี้จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ๆ เช่น GB50517-2010 และ SH3501-2011 แล้วแล้ว จะกำหนดระดับของน้ำที่มีความเป็นกรด ก๊าซที่มีความเป็นกรด รวมถึงของเหลวที่มีไนตรัสในปริมาณน้อย/มากได้อย่างไร?
แรงดันในการออกแบบ? อุณหภูมิ? รู้สึกว่าควรจะเป็นตามระดับที่สูงกว่านี้.
ก๊าซที่มีความเป็นกรดสามารถนิยามได้ว่าเป็น SHA หรือ SHB ก็ได้ เพราะมีทั้งคุณสมบัติที่ก่อให้เกิดการลุกไหม้และมีความเป็นพิษด้วย น้ำยาอะมีนที่มีความเข้มข้นต่ำไม่มีก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ โดยทั่วไปจะเรียกว่า SHB ส่วนน้ำยาอะมีนที่มีความเข้มข้นสูงนั้นจะมีก๊าซที่มีความเป็นกรดอยู่ด้ นิยามนี้มีผลโดยตรงต่ออัตราการตรวจสอบท่อ
ควรพิจารณา GC2 โดยอิงจากความสามารถในการกัดกร่อนของมันหรือไม่?
ไม่ใช่ GC1 หรือ GC3 ทั้งสิ้น แต่เป็น GC2 ตามการกำหนดในมาตรฐาน GB/T20801 โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณไฮโดรเจนซัลไฟด์ในน้ำที่มีความเป็นกรดนั้นจะไม่สูงนัก จึงไม่ถือว่าเป็นสารที่ก่ออันตรายร้ายแรง และเนื่องจากเป็นสารที่มีพิษและติดไฟได้ จึงแน่นอนว่าไม่ใช่ GC3 ดังนั้นจึงเป็น GC2 โดยมีเงื่อนไขว่าเส้นผ่านศูนย์กลางต้อง ≥ DN50 ส่วนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า DN50 จะไม่ถือเป็นท่อที่ใช้รับแรงดัน แต่จะถูกจัดประเภทเป็น SHA หรือ SHB เท่านั้น
หากทำการเติมไฮโดรเจนภายใต้ความดันสูง แรงดันที่ใช้กับน้ำที่มีความเป็นกรดจะสูงกว่า 10 Mpa ซึ่งก็คือ GC1 นั่นเอง