Thread Content
ค่ามาตรฐานของผลิตภัณฑ์เมทานอล 1+3 นั้นสูงกว่า 1+9 การวัดความละลายในน้ำนั้นเป็นการวัดปริมาณสิ่งปนเปื้อนที่สามารถละลายได้ในเมทานอล เมื่อความเข้มข้นของเมทานอลในสารละลายลดลง สิ่งปนเปื้อนที่ละลายได้ในแอลกอฮอล์ก็จะตกตะกอนออกมา ทำให้สารละลายมีสภาพขุ่นมัว ถ้าพูดในลักษณะนี้ สารละลายที่มีการเติมน้ำ 9 ส่วนเข้าไป ย่อมมีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ต่ำกว่าสารละลายที่มีการเติมน้ำเพียง 3 ส่วน และจะมีสิ่งปนเปื้อนที่ตกตะกอนออกมามากกว่า ซึ่งจะช่วยให้สามารถวัดปริมาณสิ่งปนเปื้อนได้ดีขึ้น แล้วทำไมค่าตัวชี้วัด 1+3 ถึงสูงล่ะ ควรเข้าใจอย่างไรดี?
““เมื่อความเข้มข้นของเมทานอลในสารละลายลดลง ก็จะมีสิ่งปนเปื้อนที่ละลายได้ในแอลกอฮอล์ถูกตกตะกอนออกมา” ข้อความนี้มีความหมายคลุมเครือ โดยหมายถึงแอลกอฮอล์ชนิด C6-C10 บางชนิดที่อยู่ในเมทานอล ซึ่งโดยปกติแล้วแอลกอฮอล์เหล่านี้จะละลายอยู่ในเมทานอลได้ แต่เมื่อความเข้มข้นของเมทานอลลดลง แอลกอฮอล์เหล่านี้ก็จะถูกตกตะกอนออกมา ปริมาณของสิ่งเจือปนเหล่านี้ในเมทานอลบริสุทธิ์นั้นมีน้อยมาก จนแทบไม่สามารถนำมาพิจารณาได้เลย ดังนั้น คุณสมบัติการละลายในน้ำของเมทานอลจึงขึ้นอยู่กับแอลกอฮอล์ชนิดที่มีโครงสร้างโมเลกุลเล็กกว่าคาร์บอนห้าตัว และสารประเภทคาร์บอนิล สำหรับผลิตภัณฑ์เมทานอลชนิดเดียวกัน หากอัตราส่วน 1+3 สูงกว่า 1+9 อัตราส่วนของสิ่งเจือปนก็จะสูงขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดการตกตะกอนและทำให้สารละลายขุ่นมากขึ้น ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ชนิด 1+3 จึงมักจะมีความขุ่นมากกว่าชนิด 1+9 ดังนั้น ค่ามาตรฐานของ 1+3 จึงสูงกว่า
ต้องเข้าใจแนวคิดของ 1+3 และ 1+9 ให้ชัดเจน
ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วยครับ ผมก็ลังเลกับปัญหานี้เหมือนกัน
ความขุ่นมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับน้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันแอลกอฮอล์ และสารอื่นๆ ด้ พิจารณาแยกตามสถานการณ์