Thread Content
ปัจจุบันเป็นยุคของอินเทอร์เน็ต ทุกอุตสาหกรรมต่างก็ต้องการครองส่วนแบ่งตลาดบนโลกออนไลน์ ดังนั้น หากต้องการครองตลาดอินเทอร์เน็ต สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถเห็นข้อมูลต่างๆ ได้ ในตอนนี้ เราจำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางให้ผู้คนสามารถค้นหาเว็บไซต์ของเราได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และเพื่อดึงดูดลูกค้ามาให้เราได้ใช่ไหม? แล้วเราจะทำอย่างไรให้ผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้นได้เห็นมันล่ะ? จำเป็นต้องทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเว็บไซต์ของเราด้วยคำสำคัญบน Baidu ได้ และให้เว็บไซต์ของเราปรากฏอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาด้วยหรือไม่? แล้วเราจะทำอย่างไรให้เว็บไซต์ของเราปรากฏอยู่ในหน้าแรกของ Baidu ได้ล่ะ? ในตอนนี้ก็จำเป็นต้องใช้เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อเพิ่มอันดับในผลการค้นหา แน่นอนว่า SEO ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับสูงขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถสร้างยอดขายได้ และนำมาซึ่งผลกำไรให้กับคุณ นี่คือการแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีหลักของ SEO ได้อย่างสมบูรณ์แบบ. แล้วเราจะสามารถเรียนรู้เทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ด้วย SEO ได้อย่างไร เพื่อให้อินเทอร์เน็ตช่วยนำผู้เข้าชมมากขึ้นมาสู่อุตสาหกรรมของเรา กรุณาหาตัวเลขต่างๆ ในข้อความนี้มารวมกันด้วยนะครับ. http://c.hiphotos.baidu.com/baike/s%3D220/sign=6a8f0fa90b3b5bb5bad727fc06d2d523/2e2eb9389b504fc297d9be07eddde71190ef6d29.jpg ต่างจากบริษัทแบบดั้งเดิม ในยุค “การสร้างธุรกิจโดยประชาชน” ในปัจจุบัน มีโครงการต่างๆ ที่ผสมผสานกับอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ โครงการเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบของ “อินเทอร์เน็ต+” ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาเหมือนบริษัทแบบดั้งเดิมอีกต่อไป ““อินเทอร์เน็ต+” มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดโครงการสตาร์ทอัพด้านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรทั้งด้านแรงงาน วัสดุ และเงินทุนไปกับการวิจัยและดำเนินการเพื่อปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมอีกต่อไป กล่าวได้ว่า ในแต่ละช่วงเวลาของสังคมและธุรกิจ ล้วนมีสภาวะปกติและแนวโน้มการพัฒนาที่เฉพาะเจาะจง ก่อนที่แนวคิด “อินเทอร์เน็ต+” จะถูกนำเสนอขึ้น สภาวะปกติก็คือบริษัทจำนวนมากที่จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาตนเอง ส่วนแนวโน้มการพัฒนาในภายหลังก็คือการเกิดขึ้นของรูปแบบธุรกิจแบบ “อินเทอร์เน็ต+” ในปริมาณมาก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์ธุรกิจแบบดั้งเดิมขึ้นมาใหม่ด้วย อุตสาหกรรม “อินเทอร์เน็ต+อุตสาหกรรม” ก็คือการที่บริษัทในอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิมนำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ตมือถือ คลาวด์คอมพิวติ้ง ข้อมูลขนาดใหญ่ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และวิธีการผลิตของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ “อินเทอร์เน็ตในอุตสาหกรรม” และ “อุตสาหกรรม 4.0” ด้วยเช่นกัน http://h.hiphotos.baidu.com/baike/s%3D220/sign=fee8b98a902bd40746c7d4ff4b889e9c/377adab44aed2e737c18a18e8001a18b86d6fa9b.jpg อินเทอร์เน็ต+อุตสาหกรรม “โมบายอินเทอร์เน็ต+อุตสาหกรรม” ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตบนมือถือ ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมสามารถเพิ่มโมดูลซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเข้าไปในสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสินค้าเหล่านั้นจากระยะไกล และสามารถรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ได้อัตโนมัติ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานสินค้าอุตสาหกรรมให้ดีขึ้นอย่างมาก “คลาวด์คอมพิวติ้ง + อุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง บริษัทอินเทอร์เน็ตหลายแห่งจึงสร้างแพลตฟอร์มบริการซอฟต์แวร์สำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะขึ้นมา เพื่อให้บริการซอฟต์แวร์และการสนับสนุนทางเทคนิคที่เป็นมาตรฐานแก่อุปกรณ์อัจฉริยะที่ผลิตโดยผู้ผลิตต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ และยังช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกันได้ ส่งผลให้เกิดคุณค่าร่วมกัน “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง + อุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง บริษัทอุตสาหกรรมสามารถเชื่อมต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งจะช่วยสร้างระบบอุปกรณ์ทางกายภาพที่เชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย (CPS) ทำให้อุปกรณ์การผลิตต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงสามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้นได้อีกด้วย เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งช่วยเร่งกระบวนการรับรู้ ส่งต่อ และวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ในการผลิต ซึ่งช่วยให้สามารถจัดสรรทรัพยากรการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น “คลาวด์คอนแทรกต์ + อุตสาหกรรม ด้วยความช่วยเหลือของอินเทอร์เน็ต บริษัทต่างๆ สามารถเผยแพร่ข้อกำหนดด้านนวัตกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเอง หรือใช้แพลตฟอร์ม “คราวด์ซอร์ส” ที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยให้สามารถรวบรวมความคิดและความเชี่ยวชาญจากลูกค้าและบุคคลภายนอกได้อย่างกว้างขวาง **ทำให้มีแหล่งความคิดในการสร้างสรรค์มากขึ้น** ศูนย์ข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศได้จัดตั้งแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างสรรค์และนวัตกรรมขึ้นมา ซึ่งช่วยเชื่อมโยงความสามารถในการสร้างสรรค์ของผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเข้ากับความต้องการด้านนวัตกรรมของบริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้เป็นแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือสำหรับบริษัทต่างๆ ในการใช้บริการจากกลุ่มคนที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ต ในด้านการเงิน เมื่อ “หยวนบาว” เกิดขึ้นมา ธนาคารต่างๆ รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่สงสัยว่าการชำระเงินผ่านรหัส QR อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่เมื่อมีการศึกษาเกี่ยวกับการเงินออนไลน์ (ITFIN) มากขึ้นเรื่อยๆ บริษัท UnionPay ก็ได้ออกมาตรฐานสำหรับการชำระเงินผ่านรหัส QR ด้วย ทำให้การเงินออนไลน์สามารถพัฒนาไปได้อย่างมีระเบียบ และยังได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากนโยบายต่างๆ อีกด้วย ในแง่ของรูปแบบการจัดโครงสร้างองค์กร การผสมผสานระหว่างอินเทอร์เน็ตกับธุรกิจการเงินนั้น มีอย่างน้อยสามวิธีด้วยกัน ประเภทแรกคือบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ทำธุรกิจด้านการเงิน ; หากปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย และมาแทนที่บริษัททางการเงินเดิมๆ นั่นก็คือทฤษฎีการปฏิวัติของธุรกิจการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตนั่นเอง ประเภทที่สองคือการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้ในสถาบันการเงิน ประเภทที่สามคือการร่วมมือกันระหว่างบริษัทอินเทอร์เน็ตกับสถาบันการเงิน http://g.hiphotos.baidu.com/baike/s%3D220/sign=7626e4a4a8c379317968812bdbc5b784/63d9f2d3572c11dfa73a9981642762d0f603c2ac.jpg อินเทอร์เน็ต+การเงิน นับตั้งแต่ปี 2013 เมื่อรูปแบบการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ในด้านการเงิน เช่น การจัดการการเงินออนไลน์ การชำระเงิน การให้สินเชื่อผ่านอีคอมเมิร์ซ P2P และการระดมทุนผ่านออนไลน์ เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย อินเทอร์เน็ตการเงินจึงกลายเป็นอุตสาหกรรมการเงินรูปแบบใหม่ และช่วยให้ประชาชนทั่วไปมีทางเลือกในการลงทุนและจัดการการเงินที่หลากหลายยิ่งขึ้น สำหรับธุรกิจการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว ปี 2013 ถือเป็นปีเริ่มต้น ส่วนปี 2014 เป็นปีแห่งการปรับตัว และปี 2015 จะเป็นปีที่รูปแบบต่างๆ ของธุรกิจการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตจะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับลูกค้าและตลาดได้มากขึ้น และก้าวเข้าสู่ช่วงที่มีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น พร้อมทั้งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้นด้วย
อินเทอร์เน็ต+ค้นพบตลาดย่อยมานานแล้ว ส่วนตลาดใหญ่นั้นเต็มไปหมดแล้ว จนไม่สามารถหาเงินทุนเพื่อพัฒนาต่อไปได้อีก!