Thread Content
สอนวิธีตรวจสอบเสื้อกันรังสี ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ได้แทรกซึมเข้าไปในทุกแง่มุมของชีวิตประจำวันและการทำงานของผู้คนแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้นแล้ว ก็ยังก่อให้เกิดรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เสื้อกันรังสีได้รับความนิยมจากคุณแม่ตั้งครรภ์จำนวนมาก แล้วจะตรวจสอบได้อย่างง่ายๆ หรือไม่ว่าเสื้อกันรังสีนั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่? ผู้เขียนได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคจาก PONY SPU และทราบมาว่า หลักการทำงานของเสื้อกันรังสีคือการใช้เส้นใยโลหะที่อยู่ภายในเสื้อเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า จากนั้นกระแสไฟฟ้าดังกล่าวจะสร้างสนามแม่เหล็กในทิศทางตรงกันข้ามขึ้นมา เพื่อใช้ในการป้องกันรังสี โดยปกติแล้ว โลหะที่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี สามารถสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ กล่าวคือ เมื่อขนาดรูของตาข่ายโลหะนั้นมีขนาดเล็กกว่า 1/4 ของความยาวคลื่นของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (ความยาวคลื่น = ความเร็วแสง / ความถี่) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะไม่สามารถผ่านตาข่ายโลหะนั้นได้ ดังนั้นจึงสามารถช่วยป้องกันรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าให้กับหญิงตั้งครรภ์ได้ ต่อไป ผู้เขียนจะขอแนะนำวิธีการตรวจสอบว่าเสื้อกันรังสีมีประสิทธิภาพหรือไม่อีกหลายวิธีครับ. วิธีที่หนึ่ง: นำผ้าชิ้นเล็กๆ มาจากเสื้อผ้าธรรมดาและเสื้อกันรังสีแยกกัน จากนั้นนำไปเผาด้วยไฟ เมื่อเผาจนหมดแล้ว เสื้อผ้าธรรมดาจะกลายเป็นเถ้าถ่าน ส่วนเสื้อกันรังสีมักจะเหลือเพียงตาข่ายโลหะสีดำหรือก้อนสีดำไว้ วิธีที่สอง: เสื้อผ้าธรรมดาไม่มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้า แต่เสื้อกันรังสีมีคุณสมบัตินี้ สามารถหามิเตอร์วัดไฟฟ้าหรือเครื่องมืออื่นๆ มาใช้เปรียบเทียบความสามารถในการนำไฟฟ้าของเสื้อผ้าธรรมดากับเสื้อผ้ากันรังสีได้ วิธีที่สาม: เมื่อรังสีแม่เหล็กไฟฟ้ามีปฏิสัมพันธ์กัน จะเกิดเสียง “ซี๊ด” ขึ้นมา เปิดเครื่องเสียง หรือตั้งโทรศัพท์บ้านในโหมดไมโครโฟน นำเสื้อกันรังสีมาคลุมโทรศัพท์แล้วโทรออก เพื่อฟังว่ามีเสียงรบกวนหรือไม่ ซึ่งจะช่วยยืนยันได้ว่าวิธีนี้ได้ผลหรือไม่ ในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคสามารถลองใช้วิธีทั้งสามข้างต้นเพื่อประเมินคร่าวๆ ว่าเสื้อกันรังสีมีประสิทธิภาพหรือไม่ หากต้องการตรวจสอบประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีของเสื้อผ้ากันรังสีให้ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ก็จำเป็นต้องให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้ทำการตรวจสอบ