Thread Content
bg3.png สารอันตรายคือชื่อเรียกทั่วไปสำหรับสิ่งของที่ลุกไหม้และระเบิดได้ง่าย พร้อมทั้งมีความกัดกร่อนสูง หากยานพาหนะที่ใช้ขนส่งสารเหล่านี้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยจึงเป็นประเด็นที่ทั้งรัฐบาลและสังคมให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางถนนอีกด้วย รถขนส่งสารอันตรายที่พบได้บ่อย ได้แก่ 1. รถขนส่งแบบถังโดยเฉพาะ โดยทั่วไปแล้ว การขนส่งสารอันตรายที่เป็นของเหลว เช่น สารที่ติดไฟง่าย ระเบิดง่าย หรือมีพิษ มักใช้รถขนส่งพิเศษที่มีถังสำหรับบรรจุสารเหล่านั้น 2. รถขนส่งแบบตู้โดยเฉพาะ สำหรับอุตสาหกรรมการขนส่ง ** ท่อ รวมถึงสินค้าอันตรายในรูปแบบของวัตถุแข็ง เช่น พลุและดอกไม้ไฟ โดยทั่วไปจะใช้รถขนส่งพิเศษแบบมีห้องเก็บสินค้า หลักสำคัญ 5 ประการในการขนถ่ายสินค้าอันตรายด้วยรถขนส่ง: 1. บริษัทที่ขนส่งสินค้าอันตราย รถขนส่ง ผู้ขับขี่ ผู้คุมสินค้า และผู้ขนถ่ายสินค้า จะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ข้อสอง สื่อที่ใช้ในการบรรจุต้องเป็นชนิดเดียวกันกับสื่อที่ใช้ในการฉีดพ่นบนถัง และต้องตรงกับข้อมูลที่ระบุไว้ในใบอนุญาตขนส่งทางถนนด้วย. 3. สินค้าอันตรายต้องถูกจัดวางให้สมดุลและแน่นหนา โดยต้องมีสินค้าเพียงชนิดเดียวในแต่ละรถ ห้ามนำสินค้าอันตรายชนิดต่างๆ มาผสมกัน และห้ามบรรทุกเกินขนาดที่กำหนด ข้อ 4 เมื่อบรรจุสินค้าอันตรายแล้ว จะต้องมีการบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น ชื่อของสินค้าอันตราย รูปร่าง ปริมาณ วิธีการจัดการ และข้อมูลติดต่อของบริษัทไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และนำข้อมูลเหล่านี้ติดตัวไปด้วยในรถด้วย 5. เมื่อบรรจุสินค้าอันตรายในรูปของของเหลวเสร็จแล้ว ควรปิดวาล์วตัดการทำงานฉุกเฉิน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีความเสียหายหรือการรั่วไหลเกิดขึ้น “5 สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนขนส่งสารอันตรายบนท้องถนน”: 1. ป้ายทะเบียนรถต้องอยู่ในสภาพดี ป้ายแสดงผลการตรวจสอบความปลอดภัยและป้ายประกันภัยต้องอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ใบอนุญาตขับรถ ใบอนุญาตขนส่งทางบก และใบอนุญาตขนส่งสารอันตรายต้องครบถ้วนและมีผลบังคับใช้ โดยต้องมีไว้พร้อมกับรถด้วย 2. ไฟสัญลักษณ์บนรถ ป้ายสัญลักษณ์ อุปกรณ์สะท้อนแสง และอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างและด้านหลังอยู่ในสภาพดี ส่วนอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งผ่านดาวเทียมก็ทำงานได้ตามปกติ 3. ระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบเบรก ไฟส่องสว่าง และระบบหักเลี้ยว อยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน ขนาดของยางก็เป็นไปตามมาตรฐาน มีสภาพการสึกหรอในระดับปกติ และไม่มีการใช้ยางที่ผ่านการซ่อมแซมมาก่อน 4. อุปกรณ์ตัดการทำงานฉุกเฉินสำหรับรถบรรทุกขนส่งสารเคมีในสถานะของเหลวที่มีความอันตรายนั้น อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และปิดอยู่ 5. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้ขับขี่และผู้คุมสินค้าต้องครบถ้วนและยังมีผลบังคับใช้อยู่ โดยต้องนำติดตัวไปด้วยเสมอ “5 ข้อควรระวังในการขับขี่รถขนส่งสารอันตรายอย่างปลอดภัย”: 1. เลือกเส้นทางที่เหมาะสมและมีสภาพการจราจรดี หลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เมืองหรือชุมชน และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่ห้ามรถขนส่งสารอันตรายเข้าไป 2. รถที่ใช้ขนส่งสารเคมีอันตรายจะต้องเดินทางตามเวลาและเส้นทางที่หน่วยงานตำรวจอนุญาตไว้ ห้ามเปลี่ยนแปลงโดยพลการ สาม ควรขับรถด้วยความเร็วที่ปลอดภัย โดยไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม ความเร็วในการขับรถไม่ควรเกิน 80 กม./ชม. ส่วนในเวลากลางคืน หรือในสภาพที่มีทัศนวิสัยต่ำ เช่น มีฝน หมอก หรือหิมะ ก็ควรลดความเร็วในการขับรถลงด้วย ควรรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม และเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่เลวร้าย เช่น มีฝน หมอก หรือหิมะ ก็ควรเพิ่มระยะห่างให้มากขึ้นอีก 4. ขณะขับรถไม่ควรเปลี่ยนช่องทางการจราจรโดยพลการ สำหรับการขับรถบนทางหลวง ต้องขับในช่องทางที่กำหนดไว้เท่านั้น 5. ผู้ขับขี่ควรรักษาสมาธิไว้ให้ดี โดยควรจอดรถพักทุกๆ 2 ชั่วโมง และควรตรวจสอบสภาพทางเทคนิคของรถอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าวาล์วตัดกระแสไฟฉุกเฉินอยู่ในสภาพปิดอยู่เสมอ “ข้อกำหนดสามประการสำหรับการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินในรถขนส่งสารอันตราย”: ประการแรก เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น รถเกิดความเสียหาย มีอุบัติเหตุ หรือสินค้ารั่วไหล จะต้องดำเนินการจัดการตามลักษณะของสินค้า เช่น ความสามารถในการระเบิด ความไวต่อไฟ ความสามารถในการกัดกร่อน ความเป็นพิษสูง หรือคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับรังสี โดยปฏิบัติตามแผนการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและขั้นตอนการปฏิบัติที่เหมาะสม ประการที่สอง หากรถคันใดขวางทางจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ก็ต้องเปิดไฟเตือนภัยตามข้อกำหนด โดยบนถนนธรรมดาให้ตั้งป้ายเตือนไว้ห่างจากรถประมาณ 50 ถึง 100 เมตร ส่วนบนทางหลวงให้ตั้งป้ายเตือนไว้ห่างจากรถประมาณ 150 เมตร และในเวลากลางคืนก็ต้องเปิดไฟเลี้ยวและไฟท้ายไปพร้อมกันด้วย 3. เมื่อบุคคลไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์ได้ ควรจอดรถไว้ในที่ที่โล่งและห่างไกลจากผู้คนและแหล่งน้ำให้มากที่สุด และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยควรระบุชื่อ รูปร่าง ปริมาณ และสถานการณ์การรั่วไหลของสารอันตรายให้ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดในการขนส่งสินค้าอันตรายก็คือเรื่องความปลอดภัย ทุกคนควรอ่านข้อมูลนี้ให้ละเอียด และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด
อุบัติเหตุจากการขนส่งสารอันตรายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ควรมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นจริงๆ...
ขอบคุณเจ้าของกระทู้ครับ อยากถามว่ามีกฎหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องอยู่ไหมครับ เราเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้า โดยมีรถขนส่งมาจากทั่วประเทศ หากมีเอกสารที่มีผลบังคับใช้โดยทั่วไปเพื่อควบคุมบริษัทขนส่งให้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถขนส่งและผู้ควบคุมสินค้า ก็คงจะดีมากครับ