HCBBS Forum (ไทย)
Submit Chemical Projects / Find Solutions
Amplify Your Requirements on a Broader Chemical Platform *Engineering · Technology · Equipment · Solutions*
Submit Request

การใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาปรอท

2016-07-30View Original

Thread Content

ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้ควบคุมอุณหภูมิในการเกิดปฏิกิริยาได้ยาก เครื่องจักรที่มีกำลังการผลิต 120,000 ตันนั้น เมื่อต้องทำงานในโหลดที่สูงกว่า 30% ก็จะเริ่มมีปัญหาในการทำงานแล้ว การใช้งานเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าจำนวนมากเกินไป โดยที่ทุกเครื่องต้องทำงานในสภาวะโหลดต่ำ จะก่อให้เกิดปัญหาอะไรได้บ้างไหม? มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับอุณหภูมิในการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาประเภทปรอท ระยะเวลาในการใช้งาน และอัตราการเคลื่อนตัวลงของบริเวณที่เกิดปฏิกิริยา เป็นต้น ท่อหลักระดับหนึ่งมีปริมาณอะเซทิลีน 24% ส่วนท่อระดับสองมีอุณหภูมิสูงเกินไปบ้าง
Reply #22016-07-30
ในช่วงแรกๆ ของการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดใหม่นี้ จำเป็นต้องทำงานด้วยโหลดที่ต่ำ ภายในระยะเวลา 1,000 ชั่วโมงแรก โดยอุณหภูมิไม่ควรสูงเกิน 160°C เพราะมิฉะนั้นอุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้ตัวเร่งปฏิกิริยาละลายไป นอกจากนี้ แผ่นกันระเบิดของระบบน้ำร้อนในเครื่องแปลงก็อาจแตกบ่อยครั้งด้วยเช่นกัน เมื่อผ่านไป 1,000 ชั่วโมงแล้ว ก็จะค่อยๆ เพิ่มภาระการทำงาน การเคลื่อนตัวลงของบริเวณที่เกิดปฏิกิริยานั้นมีความสัมพันธ์กับปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ได้ ยิ่งภาระการทำงานสูง ตัวเร่งปฏิกิริยาก็จะถูกใช้ไปเร็วขึ้น และบริเวณที่เกิดปฏิกิริยาก็จะเคลื่อนตัวลงเร็วขึ้ ตอนนี้สำหรับตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีปริมาณปรอทต่ำ ถ้าอยู่ที่ระดับประมาณ 25 ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาแบบกลับด้านแทน เพราะไม่อย่างนั้นตัวเร่งปฏิกิริยาในขั้นตอนที่สองจะถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว จนท
Reply #32016-07-31
ยิ่งแรงดันในระบบต่ำ อุณหภูมิก็จะยิ่งต่ำลงได้
Reply #42016-07-31
อืม การพลิกกลับเร็วเกินไปอาจทำให้ตัวเร่งปฏิกิริยาสูญเสียไปมาก ควรพยายามใช้ให้น้อยที่สุด แล้วที่นั่นการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีปรอทน้อยเป็นอย่างไรบ้าง?
Reply #52016-08-01
การพลิกใช้ตัวเร่งปฏิกิริยามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือตัวเร่งปฏิกิริยาจะผสมเข้ากันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้ใช้เวลานานขึ้นในการใช้งานโดยรวม ข้อเสียคือทำให้ต้องใช้แรงงานมากขึ้น และยังเพิ่มโอกาสที่ตัวเร่งปฏิกิริยาจะแตกสลาย ซึ่งส่งผลให้มีการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยามากขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เราขับรถมากว่าหนึ่งปีแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนคัตเลต เราได้เติมคัตเลตเก่าเข้าไปบ้าง ดังนั้นเมื่อขับรถมาประมาณ 10,000 ชั่วโมง ประสิทธิภาพของคัตเลตก็ลดลง โดยมีปริมาณอะเซทิลีนสูงกว่า 30% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ปริมาณอะเซทิลีนก็เริ่มสูงขึ้นอีกครั้ง

Submit a Project

**Looking for Chemical Technology, Equipment & Solutions?** No Registration Required Broader Platform Exposure | Global Chemical Service Provider Connections

Submit Request — Free Consultation

Disclaimer

This is an automated machine translation of the original thread. Some technical terms may have inaccuracies; the original text shall prevail. Click "View Original" at the top right to access the source page, which supports IP-based automatic real-time language translation. Please watch out for contact details and sales inducements to prevent fraud. All content and translations are for reference only, representing solely the poster's personal views. For enquiries, email service@hcbbs.com.