Thread Content
มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องอัตราการดูดซับ N2O ของแผ่นกรองโมเลกุลในระบบแยกอากาศแบบมีม่านกับระบบแยกอากาศแบบอ่างน้ำ? ข้อใดมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่า? ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่?
สำหรับแบบอาบน้ำไม่มีข้อกำหนดพิเศษ แต่สำหรับแบบใช้ฟิล์มนั้นมีข้อกำหนด ซึ่งถ้าไม่เคยใช้มาก่อนก็จะไม่รู้ว่ามีข้อกำหนดอะไรบ้าง โดยรวมแล้ว แบบใช้ฟิล์มจะมีค่าความปลอดภัยที่ต่ำกว่า จึงไม่ค่อยปลอดภัยนัก แต่ข้อดีคือประหยัดพลังงานได้ดี และสามารถควบคุมความแตกต่างของอุณหภูมิในการถ่ายเทความร้อนได้ในระดับที่ต่ำมาก
โดยหลักการแล้วควรจะ “กำจัดให้หมด” แต่ยังไม่เห็นข้อกำหนดเชิงปริมาณที่ชัดเจนเลย ระบบทำความเย็นแบบมีฟิล์มมีข้อกำหนดที่สูงกว่า เพราะมีแนวโน้มที่จะเกิดปรากฏการณ์ “การระเหยแบบแห้ง” และ “การเดือดที่จุดสิ้นสุด” ได้ง่ายกว่าระบบทำความเย็นแบบอ่างน้ำ ก่อนที่จะมีการใช้ระบบทำความเย็นแบบมีฟิล์ม ในวงการนี้แทบไม่มีใครให้ความสำคัญกับอันตรายของไนตรัสออกไซด์เลย อ้างอิงจากข้อความดังนี้: “สำหรับการกรองอากาศแบบใหม่นี้ สามารถเพิ่มสารดูดซับ N2O เข้าไปในอุปกรณ์ดูดซับแบบเซลล์กรองได้ โดย APCI ระบุว่าได้ทำการวิจัยจนประสบความสำเร็จในการสร้างสารดูดซับ NO โดยเฉพาะ” ในตัวกรองโมเลกุลนี้ หากเพิ่มชั้นกรองโมเลกุลขนาด 5A ที่มีความหนา 100 มิลลิลิตรเข้าไป ก็จะสามารถดูดซับก๊าซ NO ได้เกือบทั้งหมด (โดยปกติแล้ว ตัวกรองโมเลกุลขนาด 13X จะมีประสิทธิภาพในการดูดซับก๊าซ N2O อยู่ที่ 85%–90%) นอกจากนี้ ยังสามารถนำสารดูดซับอื่นๆ มาผสมเข้ากับตัวกรอง 13X ได้อีกด้วย (เป็นสิทธิบัตร) สำหรับ N2O ที่เข้าไปในตู้เย็น ควรมีอุปกรณ์ดูดซับก๊าซในรูปแบบของของเหลว เช่น อุปกรณ์ดูดซับก๊าซไนโตรเจนหรือออกซิเจนในรูปแบบของของเหลว เพื่อกำจัดก๊าซเหล่านั้นออกไป ”