Thread Content
โพสต์นี้ถูกแก้ไขครั้งสุดท้ายโดย cflt111 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2016 เวลา 22:29 การขับรถอย่างปลอดภัยบนถนนดินในชนบทนั้น การเข้าใจหลักการสำคัญๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญ ถนนดินในชนบทมักมีสภาพไม่ดีนัก มีทั้งทางลาดชัน โค้งแคบ และพื้นถนนที่ขรุขระ วันที่อากาศแจ่มใส พื้นถนนจะแห้ง ทำให้เกิดฝุ่นควัน และเมื่อฝุ่นละอองเล็กๆ ถูกพัดไป พื้นถนนก็จะเต็มไปด้วยก้อนหินและหลุมบ่อ ในวันที่มีฝนตก หรือมีสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนต่อเนื่อง ดินจะถูกน้ำชุ่มชื้นจนอิ่มตัว ทำให้มีน้ำขังบนพื้นถนน พื้นดินเป็นโคลน และมีร่องน้ำเกิดขึ้นตามที่ต่างๆ บางครั้งอาจทำให้ขอบถนนพังทลายได้อีกด้วย ในสถานการณ์เช่นนี้ การขับรถบนถนนในชนบทถือเป็นเรื่องที่ยากมาก จำเป็นต้องเข้าใจสภาพของถนนในแต่ละสภาพอากาศ และต้องเรียนรู้หลักการสำคัญต่างๆ เพื่อให้สามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย ขับรถลงเนินอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นวันที่อากาศแจ่มใสหรือมีฝนตก ก็ควรเลือกใช้เกียร์ระดับกลางถึงต่ำขณะขับรถลงเนิน และควรค่อยๆ ลดความเร็วลง ห้ามปล่อยให้รถไหลลงเนินโดยไม่ใช้เกียร์ใดๆ เนื่องจากถนนดินมีหลุมบ่อและก้อนหินมากมาย ทำให้สภาพการขับขี่ค่อนข้างซับซ้อน ระหว่างการลงเนิน จำเป็นต้องใช้เบรกเพื่อชะลอความเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย โดยเฉพาะในบางช่วงของถนนดินที่มีโค้งแคบ หากปล่อยให้รถไหลลงเนินโดยไม่ใช้เบรก ก็อาจทำให้รถเสียการควบคุม หรือพลิกคว่ำได้ 2. เลือกพื้นถนน หากพื้นถนนมีหลุมบ่อหรือก้อนหินกระจัดกระจายอยู่ ควรคำนึงถึงระยะห่างระหว่างพื้นถนนกับตัวรถ และควบคุมพวงมาลัยอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น เมื่อขับรถผ่านพื้นที่ที่มีดินอ่อน ๆ โคลน หรือน้ำขัง ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากจำเป็นควรลงจากรถเพื่อสำรวจก่อน และเมื่อมั่นใจแล้วว่าล้อรถจะไม่จมลงไปในโคลน จึงค่อยเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำแล้วขับผ่านไปอย่างช้าๆ สำหรับถนนดินที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ หากพื้นถนนมีร่องรอยจากรถที่วิ่งผ่าน ควรขับรถไปตามร่องรอยเหล่านั้นให้มากที่สุด อย่าเสี่ยงโดยไม่มีเหตุผล. 3. ป้องกันการลื่นไถลของล้อ ในกรณีที่ล้อด้านหน้าเริ่มลื่นไถล ควรควบคุมคันเร่งให้มั่นคง เพื่อแก้ไขทิศทางการขับขี่ให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เมื่อล้อหลังเกิดการสไลด์ ควรหมุนพวงมาลัยไปในทิศทางของการสไลด์ จนกระทั่งล้อหลังกลับมาอยู่ในแนวตรงอีกครั้ง จึงค่อยขับรถกลับเข้าสู่เส้นทางปกติ เมื่อล้อด้านหลังเกิดการลื่นขณะขับลงเนิน สามารถเพิ่มความเร็วเล็กน้อยได้ โดยการเหยียบคันเร่งเบาๆ เมื่อการลื่นหายไปแล้ว ก็ให้ขับต่อไปในความเร็วเดิม 4. ขับรถอย่างปลอดภัย อย่าขับตามรถคันหน้าใกล้เกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นที่ลอยขึ้นมาจากรถคันหน้าในวันที่อากาศแจ่มใส หรือโคลนที่กระเด็นขึ้นมาในวันที่มีฝนตก ซึ่งอาจทำให้มองไม่เห็นทางได้ เมื่อต้องเจอกับรถคันอื่นที่วิ่งสวนมา ควรสังเกตพื้นถนนให้ดี โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนัก ไม่ควรขับรถใกล้ขอบถนนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้รถเสียการทรงตัวและเกิดอุบัติเหตุได้ 5. ควบคุมความเร็วของรถ บนถนนดินมักมีสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น หลุมบ่อ กรวด ดังนั้นจึงไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูงเกินไป เพราะจะทำให้รถสั่นสะเทือนมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ของรถเสียหายเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย โดยเฉพาะในวันที่มีฝนตก ขณะขับรถบนเส้นทางที่มีน้ำขังและโคลน จำเป็นต้องควบคุมคันเร่งให้ดี ควบคุมความเร็วของรถ โดยใช้เกียร์ระดับกลางหรือต่ำ และใช้การเบรกฉุกเฉิน หากจำเป็นต้องลดความเร็ว ก็ให้ควบคุมโดยการลดคันเร่งแทน