Thread Content
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากยุคสมัย หากสามารถปรับตัวให้เข้ากับนโยบาย “อินเทอร์เน็ต+” และรองรับแผนการทำธุรกิจแบบ B2B ก็จะสามารถคว้าโอกาสในการพัฒนาได้ และนำพาองค์กรให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ได้ แต่จะจับโอกาสทองที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วนี้ได้อย่างไรล่ะ? ระบบนิเวศ B2B ช่วยสร้างโอกาสในการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยระบบอีคอมเมิร์ซ B2B ที่สมบูรณ์จะประกอบด้วยกระแสข้อมูล กระแสการขนส่งสินค้า และกระแสเงินทุน หลังจากที่ระบบการจัดการต่างๆ ภายในองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อมถูกรวมเข้าด้วยกัน ก็สามารถเชื่อมต่อข้อมูลขนาดใหญ่จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรต่างๆ ขึ้นมาได้ แพลตฟอร์ม e-commerce สำหรับอุตสาหกรรมโดยรวมอย่าง “จิ่วรี่เหอเกงชาง” มุ่งเน้นไปที่การซื้อขายสินค้าวัตถุดิบทางเคมีในรูปแบบสินค้าสด โดยอาศัยบริษัทผู้ผลิตสารเคมีเป็นฐานในการสร้างศูนย์รวมข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่การซื้อขายแบบฟรี การตลาดแบบบูรณาการ การเงินในห่วงโซ่อุปทาน และบริการหลังการขาย ฯลฯ แพลตฟอร์มนี้มอบโอกาสอันยอดเยี่ยมในการเสริมสร้างการรวมข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเคมีทั้งในส่วนต้นน้ำและปลายน้ำ รวมถึงช่วยสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมเคมีของจีนสามารถปรับตัวและพัฒนาได้ ”แนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมเคมีนั้นดูสดใส ลี ชู่เซิง ประธานสมาคมอุตสาหกรรมน้ำมันและเคมีของจีน เคยกล่าวไว้ว่า ควรหวังให้ทั้งบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ สามารถร่วมมือกันสร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้านการจัดการและเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีครั้งที่ 13 นี้ แน่นอนว่า บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเคมีกำลังได้รับโอกาสในการรวมกิจการและวางแผนการพัฒนาธุรกิจ แต่บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมก็อยู่ในจุดที่มีโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมเช่นกัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2016 อุตสาหกรรมเคมีมีสัญญาณของการฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน มูลค่ากำไรรวมของอุตสาหกรรมเคมีทั่วประเทศอยู่ที่ 143.5 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 18.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจุบันมีกระแสการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีราคาสูงขึ้น ส่วนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับวัสดุใหม่และพลังงานใหม่ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเช่น จะใช้ประโยชน์จากโอกาสการพัฒนาที่ดีที่สุดในอีกห้าปีข้างหน้าได้อย่างไร? ในปี 2015 คณะรัฐมนตรีได้ออก “แนวทางการส่งเสริมการดำเนินการตามแนวคิด ‘อินเทอร์เน็ต+’” โดยระบุว่า “ควรส่งเสริมให้บริษัทในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น พลังงาน อุตสาหกรรมเคมี เหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมยา ใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อปรับปรุงระบบการจัดซื้อและการจัดจำหน่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจได้” ”ดังนั้น การเข้าใจถึงแนวทางในยุคเศรษฐกิจใหม่ นั่นคือการใช้รูปแบบ “อินเทอร์เน็ต+” เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการตลาดและการจัดซื้ออย่างครบวงจร การใช้แนวคิดแบบข้ามอุตสาหกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อรวมทรัพยากรต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบทางเคมีเข้าด้วยกัน จะช่วยให้เกิดการผสานรวมกันอย่างลึกซึ้งระหว่างอุตสาหกรรมเคมีในจีนกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวม และทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถมีโอกาสนำหน้าในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาอุตสาหกรรมเคมีในจีนได้