Thread Content
โพสต์นี้ถูกแก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wang*nhua77020 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2016 เวลา 06:24 ในสมัยโบราณ นักการเมืองชื่อซุนเกียงได้สรุปหลักการในการบริหารประเทศไว้ว่า “การป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นนั้นเรียกว่าการป้องกัน การหยุดยั้งเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วนั้นเรียกว่าการแก้ไข และการกำกับดูแลหลังจากที่มีการกระทำขึ้นแล้วนั้นเรียกว่าการเตือนสติ” แต่การป้องกันคือสิ่งสำคัญที่สุด การช่วยเหลือมาเป็นลำดับรอง ส่วนการหลีกเลี่ยงนั้นเป ”สิ่งนี้สามารถสรุปได้ว่าเป็นการป้องกันอุบัติเหตุในด้านความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งก็ถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน จุดสำคัญในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ อยู่ที่ระดับพื้นฐาน และจุดสำคัญในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในระดับพื้นฐานก็คือในระดับกลุ่มงาน ดังนั้น การเสริมสร้างการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในระดับกลุ่มงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในระดับกลุ่มงานนั้น ควรมี “หกอย่าง” และ “หกอย่างที่ไม่ควรมี” หก มี (1) เป้าหมายด้านความปลอดภัย. มากกว่า 95% ของปัญหาในองค์กรเกิดขึ้นในระดับทีมงาน ดังนั้น องค์กรจึงควรกำหนดเป้าหมายและข้อกำหนดด้านการจัดการความปลอดภัยสำหรับทีมงาน โดยคำนึงถึงสถานการณ์จริงของทีมงานและลักษณะเฉพาะของพนักงานในแต่ละคน เพื่อให้สมาชิกในทีมมีแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติงาน และมีเป้าหมายในการทำงานด้วย. (2) การบริหารมีกฎเกณฑ์. องค์กรควรสร้างระบบการจัดการด้านความปลอดภัยที่มีการบริหารจัดการร่วมกันโดยหน่วยงานของพรรค รัฐบาล และองค์กรต่างๆ ควรกำหนดกฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มีการให้รางวัลและลงโทษอย่างเด็ดขาด และกำหนดให้การดำเนินการด้านความปลอดภัยเป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมินผลต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้กับสมาชิกในทีมมากยิ่งขึ้น (3) การปฏิบัติงานมีกฎเกณฑ์. สมาชิกในทีมต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และต้องปรับปรุง พัฒนา หรือเติมเต็มขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ขั้นตอนเหล่านั้นมีประโยชน์และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมากขึ้น (4) มีการตรวจสอบและบันทึกไว้ สำหรับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยในกิจกรรมประจำวันของทีมงาน ควรมีการบันทึกผลการตรวจสอบไว้ โดยเนื้อหาในบันทึกควรระบุถึงปัญหาที่พบจากการตรวจสอบ มาตรการแก้ไข สถานะการดำเนินการแก้ไข รวมถึงชื่อผู้ตรวจสอบและเวลาที่ทำการตรวจสอบด้วย (5) การประเมินมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน สำหรับแต่ละกลุ่มงาน จะมีการประเมินผลอย่างครบถ้วนในช่วงสิ้นเดือน โดยจะมีการประเมินในด้านต่างๆ เช่น สถานการณ์การผลิตของกลุ่มงาน ระดับความตระหนักด้านความปลอดภัยของพนักงานทุกคน สถานการณ์การค้นหาและแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย การป้องกันพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย รวมถึงการลงทุนด้านความปลอดภัยของกลุ่มงานด้วย การประเมินนี้จะช่วยให้สมาชิกในกลุ่มงานมีแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง และส่งเสริมให้เกิดการทำงานอย่างปลอดภัย (6) ในแต่ละกลุ่มงานจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยด้ว เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยคือผู้พิทักษ์ความปลอดภัยในการทำงานของทีมงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้องเข้าร่วมการอบรมด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงานทุกวัน และต้องไปตรวจสอบสถานที่ทำงานเพื่อหาจุดที่อาจก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายด้านความปลอดภัย โดยมีหน้าที่สำคัญคือการสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นจริง หก ไม่มี (1) ไม่มีการกระทำผิด “สามข้อห้าม” ในการปฏิบัติงาน จำเป็นต้องเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานในทีม โดยให้พวกเขาเข้าใจว่า “การสั่งการที่ผิดกฎหมายก็คือการทำร้ายผู้อื่น ส่วนการปฏิบัติงานที่ผิดกฎหมายก็คือการทำร้ายตัวเอง” นอกจากนี้ ควรมีมาตรการที่หลากหลายเพื่อจัดการกับพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ และสร้างบรรยากาศด้านความปลอดภัยที่ดีขึ้นด้วย. (2) อุปกรณ์ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ กำหนดให้พนักงานในทีมปฏิบัติตาม “ระบบการยืนยันความปลอดภัยในการผลิต” อย่างเคร่งครัด โดยมีการรายงานสถานะของอุปกรณ์ที่ใช้งานก่อนและหลังเวลาทำงาน เพื่อขจัดสภาวะที่ไม่ปลอดภัยของอุปกรณ์ให้หมดไป และทำให้อุปกรณ์สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ (3) ไม่มีอุบัติเหตุในการผลิต ในกระบวนการผลิต จำเป็นต้องส่งเสริมความตระหนักด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานในทีมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปกป้องตนเอง รวมถึงสร้างระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถ “ไม่ทำร้ายตนเอง ไม่ทำร้ายผู้อื่น และไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม” และช่วยให้การผลิตดำเนินไปอย่างปลอดภัย (4) ไม่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมในการผลิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในการทำงาน จำเป็นต้องเสริมสร้างการควบคุมเสียงรบกวนในกระบวนการผลิต ดำเนินการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ปรับปรุงการจัดระเบียบพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม และรักษาให้ทางออกฉุกเฉินสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น เพื่อให้แน่ใจว่าสภาพแวดล้อมในการทำงานปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง (5) การศึกษาไม่มีสิ่งใดถูกละเลย. พนักงานใหม่ต้องเข้ารับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในระดับองค์กร แผนก และกลุ่มงานอย่างเคร่งครัด โดยเนื้อหาการฝึกอบรมต้องครอบคลุมและมีความชัดเจน ผ่านกิจกรรมการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องในกระบวนการผลิต ทำให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองในการรักษาความปลอดภัยในการทำงาน และปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อให้เกิดความปลอดภัย (6) ระบบไม่มีข้อบกพร่อง. ระเบียบข้อบังคับถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของพนักงานที่ปฏิบัติงานในแต่ละกลุ่ม โดยผ่านการสรุปบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้ระเบียบข้อบังคับมีความสมบูรณ์มากขึ้น มีความชัดเจนมากขึ้น และสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมีการกำหนดระเบียบข้อบังคับสำหรับงานหรือตำแหน่งงานใหม่ๆ อย่างทันท่วงที เพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่อาจเกิดอันตรายได้
บทความดีมาก ควรศึกษาอย่างจริงจังนะ!
เก่งมาก คิดถึงทุกแง่มุม การจัดการไร้จุดบกพร่อง
ของดีจริงๆ เก็บไว้เลย.....