HCBBS Forum (ไทย)
Submit Chemical Projects / Find Solutions
Amplify Your Requirements on a Broader Chemical Platform *Engineering · Technology · Equipment · Solutions*
Submit Request

การวิเคราะห์หลักการทดสอบค่า SPF

2016-09-19View Original

Thread Content

ปัจจุบัน การวัดค่า SPF ของเครื่องสำอางกันแดดในระดับนานาชาตินั้น ส่วนใหญ่จะอาศัยผลการทดสอบอัตราการส่งผ่านของแสงอัลตราไวโอเลตของเครื่องสำอางกันแดดมาคำนวณค่า SPF นั่นเอง สิ่งที่ควรเน้นย้ำไว้ที่นี่ก็คือ การทดสอบอัตราการผ่านของแสงอัลตราไวโอเลตในเครื่องสำอางกันแดดนั้น แตกต่างจากการทดสอบอัตราการผ่านของแสงอัลตราไวโอเลตในวัสดุทางออปติกทั่วไป ในเครื่องทดสอบการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต ควรใช้ลูกบอลสะสมแสงเป็นตัวรับสัญญาณ หรือใช้เป็นแหล่งกำเนิดรังสีอัลตราไวโอเลต โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางเรขาคณิตในการวัดแบบ 0/d หรือ d/0 เมื่อวัดค่าการผ่านของรังสีอัลตราไวโอเลตของเครื่องสำอางกันแดดได้แล้ว ก็สามารถคำนวณค่า SPF ของเครื่องสำอางกันแดดนั้นได้โดยใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ http://www.kzwxcsy.com/upLoad/news/month_1507/201507221654237867.png โดยที่ Eλ คือค่าผลกระทบของสเปกตรัมแสงแดงในแง่ของความสัมพัทธ์; Sλ คือค่ารังสีสเปกตรัมของดวงอาทิตย์ โดยมีหน่วยเป็น W·m-1·nm-1; Tλ คือค่าอัตราการส่องผ่านของสเปกตรัมของเครื่องสำอางกันแดด; dλ คือช่วงความยาวคลื่น.   เครื่องมือสำหรับวัดค่าครีมกันแดดควรเป็นเครื่องวัดสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ที่สามารถวัดค่าได้ในรูปแบบ 0/d หรือ d/0 พร้อมทั้งมีฟังก์ชันสำหรับการสแกนด้วย เมื่อกำหนดเงื่อนไขทางเรขาคณิตและเงื่อนไขทางสเปกตรัมของอุปกรณ์วัดได้แล้ว โครงสร้างพื้นฐานของอุปกรณ์นั้นก็จะถูกกำหนดขึ้นมาด้วย โครงสร้างและองค์ประกอบทั่วไปของอุปกรณ์วัดมีดังแสดงในรูปด้านล่างนี้   รูปภาพแสดงถึงแผนการวัดในสองกรณี ได้แก่ การแยกแสงตามเงื่อนไขทางเรขาคณิต 0/d (a) และการแยกแสงตามเงื่อนไขทางเรขาคณิต d/0 (b) โดยจุดประสงค์หลักของแหล่งกำเนิดรังสีก็เพื่อให้มีพลังงานรังสียูวีที่เพียงพอและมีความเสถียรสำหรับการทดสอบ โมโนครอมเมเตอร์จะทำหน้าที่แยกพลังงานของรังสีอัลตราไวโอเลตจากแหล่งกำเนิดรังสีออกเป็นช่วงๆ เพื่อให้สามารถวัดสเปกตรัมได้ ตู้เก็บตัวอย่างสามารถให้โครงสร้างสำหรับติดตั้งตัวอย่าง และช่วยลดผลกระทบจากการแผ่รังสีที่ไม่พึงประสงค์ให้น้อยที่สุด เพื่อให้เครื่องตรวจจับสามารถรับแสงอัลตราไวโอเลตที่แผ่ออกมาจากตัวอย่างครีมกันแดดได้อย่างครบถ้วนที่สุด จึงมีการใช้โครงสร้างที่ประกอบด้วย “ทรงกลมสำหรับรวบรวมแสง” ร่วมกับ “ท่อเพิ่มกำลังสัญญาณแสง” สัญญาณที่ได้จากเครื่องตรวจจับจะถูกขยายและประมวลผลก่อนที่จะถูกส่งเข้าสู่คอมพิวเตอร์เพื่อทำการประมวลผลสัญญาณในขั้นตอนต่อไป   ยกตัวอย่างเช่น วิธีการแยกแสงโดยใช้เงื่อนไขทางเรขาคณิต 0/d ขั้นตอนการวัดโดยละเอียดคือ รังสีอัลตราไวโอเลตที่แผ่ออกมาจากแหล่งกำเนิดรังสี จะถูกแยกสีโดยเครื่องแยกสี จากนั้นรังสีเหล่านั้นจะรวมตัวกันเป็นลำแสงที่มีทิศทางตรง และจะส่องเข้ามาที่ตัวอย่างจากด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งของตัวอย่างอยู่ใกล้กับช่องหน้าต่างของทรงกลมสำหรับการบันทึกข้อมูล ทำให้กระแสแสงสเปกตรัมที่ออกมาจากตัวอย่างในทุกทิศทาง คือ Φ0(λ) สามารถถูกทรงกลมดังกล่าวรับไว้ได้   ด้วยวิธีเดียวกันนี้ ในกรณีที่ไม่มีการวางตัวอย่างไว้ ก็สามารถวัดค่าฟลักซ์ที่ตกกระทบกับตัวอย่าง คือ Φi(λ) ได้เช่นกัน จากการคำนวณ ก็สามารถหาค่าอัตราการส่งผ่านของแสงในสเปกตรัมของครีมกันแดดที่ความยาวคลื่นที่กำหนดได้ นั่นคือ τ(λ) โดยการนำขั้นตอนการวัดดังกล่าวมาใช้ร่วมกับเครื่องวัดความยาวคลื่น ก็จะสามารถหาค่าอัตราการส่งผ่านของแสงในแต่ละความยาวคลื่นได้   เนื่องจากสารเติมแต่งบางชนิดในครีมกันแดดอาจส่งผลให้เกิดแสงฟลูออเรสเซนต์เมื่อถูกแสงอัลตราไวโอเลตทำปฏิกิริยา ดังนั้นนอกจากจะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขทางสเปกตรัมและเงื่อนไขทางเรขาคณิตของอุปกรณ์วัดแล้ว ยังจำเป็นต้องคำนึงถึงวิธีการกำจัดผลกระทบจากแสงฟลูออเรสเซนต์ด้วยเช่นกัน

Submit a Project

**Looking for Chemical Technology, Equipment & Solutions?** No Registration Required Broader Platform Exposure | Global Chemical Service Provider Connections

Submit Request — Free Consultation

Disclaimer

This is an automated machine translation of the original thread. Some technical terms may have inaccuracies; the original text shall prevail. Click "View Original" at the top right to access the source page, which supports IP-based automatic real-time language translation. Please watch out for contact details and sales inducements to prevent fraud. All content and translations are for reference only, representing solely the poster's personal views. For enquiries, email service@hcbbs.com.