การตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักรถยนต์ปฏิบัติตามมาตรฐานใดบ้าง
Thread Content
ในโรงงานมีเครื่องชั่งน้ำหนักรถยนต์แบบอิเล็กทรอนิกส์ระดับ III ที่มีความสามารถในการชั่งน้ำหนักได้ตั้งแต่ 0–100 ตัน โดยใช้เซ็นเซอร์แบบดิจิทัล ซึ่งใช้สำหรับการชั่งน้ำหนักรถยนต์ที่นำมาส่งมอบหรือรับมาขายในแต่ละครั้ง โดยเครื่องชั่งนี้จะถูกวางไว้นิ่งๆ ขณะใช้งาน เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักรถยนต์ พบว่ามีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับเครื่องชั่งสองประเภท ดังนี้:ลำดับที่ | ชื่อเครื่องมือวัด | ระดับความแม่นยำและระดับคุณภาพ | ช่วงการวัด | หน่วยที่ใช้ในการคำนวณค่าธรรมเนียม | อัตราค่าธรรมเนียม (บาท) | ระยะเวลาในการตรวจสอบ | หมายเหตุ
L-149 เครื่องชั่งน้ำหนักรถยนต์แบบอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องชั่งแบบติดตั้งถาวร) ระดับ III | ≤20 ตัน/เครื่อง | 1,000 บาท | สำหรับน้ำหนักมากกว่า 20 ตัน จะเรียกเก็บเพิ่มอีก 50 บาทต่อตัน
L-155 เครื่องชั่งน้ำหนักรถยนต์แบบไดนามิก | ≤20 ตัน/เครื่อง | 6,000 บาท/ปี | สำหรับน้ำหนักมากกว่า 20 ตัน จะเรียกเก็บเพิ่มอีก 7,500 บาท/ปี
จากที่ผมเข้าใจ คาดว่าเครื่องชั่งของผมน่าจะเป็นเครื่องชั่งแบบติดตั้งถาวร แต่ทางหน่วยงานกลับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามเกณฑ์ของเครื่องชั่งแบบไดนามิก แถมยังมีค่าธรรมเนียมสูงถึง 10,000 บาทอีกด้วย. มาตรฐานที่ระบุไว้ในใบรับรองคือ JJG 539-1997 ส่วนช่วงการวัดนั้นระบุไว้ที่ 0~30 ตัน ไม่รู้ว่าจะนิยามแบบคงที่กับแบบไดนามิกอย่างไรดี。 มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักรถยนต์อะไรบ้าง. มีอีกปัญหาหนึ่งครับ ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ทุกครั้งที่นำรถไปชั่งน้ำหนักเพื่อขนสินค้า เมื่อบรรทุกสินค้าเต็มคัน (40–50 ตัน) น้ำหนักรถจะน้อยกว่าน้ำหนักตอนออกจากโรงงานประมาณ 100 กิโลกรัม (รวมค่าน้ำมันด้วยแล้ว) ส่วนเมื่อรถไม่มีสินค้าบรรทุก ก็แทบไม่มีความคลาดเคลื่อนเลย (น้ำหนักอยู่ในช่วง 20 ตัน) เมื่อหน่วยงานตรวจสอบมาตรวัดมาตรวจ ก็จะใช้น้ำหนัก 10 ตันในการทดสอบ พนักงานของหน่วยงานดังกล่าวบอกว่าทุกหน่วยงานในพื้นที่นี้ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น หากต้องการเพิ่มน้ำหนัก ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มตามปริมาณตันที่เพิ่มขึ้น ถ้าใช้วิธีการตรวจสอบแบบนี้ คาดว่าค่าที่ได้น่าจะไม่แม่นยำนัก.