Thread Content
แนวโน้มการพัฒนาอุปกรณ์: 1) มีขนาดใหญ่ขึ้น มีความดันสูงขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีปริมาณกำมะถันและกรดสูงขึ้น; 2) มีวัสดุใหม่ ๆ โครงสร้างใหม่ ๆ กระบวนการผลิตใหม่ ๆ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ; 3) การออกแบบ การผลิต และการใช้งานที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน; 4) มีความปลอดภัย มีเสถียรภาพ สามารถใช้งานได้เป็นเวลานาน ทำงานได้ที่กำลังเต็ม และมีประสิทธิภาพสูงสุด. 2. เครื่องจักรสำหรับการกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ (1) เครื่องอัดก๊าซเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการสร้างพลังงานจากความดันและขนส่งก๊าซ โดยแบ่งออกเป็นเครื่องอัดแบบไทร์บอยน์และเครื่องอัดแบบสลับทิศทาง โดยประเทศที่มีเทคโนโลยีในการออกแบบและผลิตเครื่องอัดก๊าซที่ทันสมัย ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศได้พัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง หรือนำเข้ามาแล้วก็ก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเครื่องอัดอากาศแบบแบ่งแนวนอนและเครื่องอัดอากาศแบบไหลตามแกนนั้น มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ระดับสูงของต่างประเทศ (2) เครื่องอัดแบบหมุนเวียน แนวโน้มการพัฒนาในระดับสากลคือการเพิ่มขนาดความจุ รวมถึงการพัฒนาเครื่องอัดที่มีแรงดันสูง ปริมาณการไหลต่ำ มีเสียงรบกวนน้อย และมีประสิทธิภาพสูง มีโรงงานผลิตในประเทศมากกว่าสิบแห่ง โดยเฉพาะโรงงานผลิตเครื่องเป่าลมในเมืองเซินหยาง โรงงานผลิตเครื่องเป่าลมในเมืองเซี่ยงไฮ้ และโรงงานผลิตเครื่องเป่าลมในมณฑลชานซี เป็นต้น เครื่องอัดอากาศแบบหมุนเวียนในประเทศยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ เนื่องจากยังขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีพารามิเตอร์การทำงานที่ดี มีคุณภาพสูง และผลิตภัณฑ์พิเศษต่างๆ ดังนั้นประมาณ 50% จึงยังต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ในด้านระดับเทคโนโลยี คุณภาพ และความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ ยังมีความแตกต่างกับประเทศอื่นๆ อยู่ และยังไม่มีประสบการณ์ที่เพียงพอในการออกแบบและผลิตเครื่องอัดก๊าซขนาดใหญ่ (3) เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ตามแนวโน้มของการพัฒนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนในต่างประเทศก็มีแนวโน้มจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน พร้อมทั้งมีการพัฒนาไปในทิศทางที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิน้อยลง และ ความก้าวหน้าของท่อระบายความร้อนแบบมีใบพัด ได้แก่ ท่อระบายความร้อนแบบ T-shaped, ท่อระบายความร้อนแบบมีใบพัดลวดเกลียวต่ำ, ท่อระบายความร้อนแบบมีใบพัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า, ท่อระบายความร้อนแบบมีการปรับขนาด, ท่อระบายความร้อนที่มีพื้นผิวเป็นรูพรุนจากอลูมิเนียม, ท่อระบายความร้อนแบบมีร่องเกลียว, ท่อระบายความร้อนแบบรู 3. ส่งเสริมการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูงอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ไปสู่อุตสาหกรรมที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ในปัจจุบัน มีการกำหนดให้ 5 ด้านหลัก ได้แก่ อุปกรณ์วิศวกรรมทางทะเล อุปกรณ์การผลิตอัจฉริยะ เป็นสาขาที่มีความสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูงของประเทศจีน โดยมีการให้ความสำคัญกับการพัฒนาโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีกำลังการกลั่นหลายล้านตัน และโรงงานผลิตอีเทนขนาดหลายล้านตัน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่มีคุณค่าสูง และเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูง การสร้างมาตรฐานและรูปแบบที่ชัดเจนถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเปลี่ยน “การผลิตในจีน” ให้กลายเป็น “การสร้างสรรค์ในจีน” อีกครั้งหนึ่ง ตามการพัฒนากระบวนการแปรรูปน้ำมัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการกลั่นน้ำมันดิบในอดีต เช่น หอกลั่น เตา ตัวแลกเปลี่ยนความร้อน ปั๊ม และถังเก็บน้ำมัน ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ได้อีกต่อไป ดังนั้น กระบวนการเคมีที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาจึงมีบทบาทสำคัญขึ้น และมีการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์แบบกระบวนการไหลของก๊าซและของแข็งขึ้นมา ส่วนถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ที่สามารถทนอุณหภูมิต่ำได้ (-30°C, 1.72 MPa) ก็ถือเป็นแนวทางการพัฒนาในอนาคตอีกด้วย สุดท้ายนี้ ประเภทของโพลิเมอร์ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคสูง เช่น เตาแยกอีเทน ตู้ระบายความเย็นแบบแผ่นปีกนก ห้องปฏิกิริยาที่มีความดันสูงถึง 350 เมกะปาสคาล ห้องปฏิกิริยาสำหรับการผลิตโพลิโพรพิลีน และห้องปฏิกิริยาสำหรับการผลิตโพลิเมอร์ชนิดต่างๆ ที่มีใบพัดคนไอออนด้วย เป็นต้น สำหรับการผลิตอีเทนในปริมาณหลายล้านตัน ก็จำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำคัญๆ อย่าง เครื่องอัดก๊าซจากการแยกอีเทน เครื่องอัดโพลิโพรพิลีน และเครื่องอัดอีเทน ส่วนสำหรับการผลิตอีเทนในปริมาณมหาศาล ก็จำเป็นต้องมีเครื่องอัดก๊าซแบบเซนทริฟิวจ์ขนาดใหญ่ โดยมีกำลังการผลิตต่อเครื่องอยู่ที่ 45,000 กิโลวัตต์ ซึ่งจำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือสูงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานด้วย นอกจากนี้ ในด้านอุปกรณ์เคมีขั้นพื้นฐาน อุปกรณ์สำหรับการผลิตแอมโมเนียที่มีกำลังการผลิต 300,000 ตัน/ปี หรืออุปกรณ์แยกก๊าซขนาดใหญ่ที่มีอัตราการผลิต 60,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ล้วนเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับการวิจัยและพัฒนาในอนาคต เกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกันในโรงงานขนาดใหญ่ การใช้ประโยชน์จากพลังงานในระดับต่างๆ (อุปกรณ์สำหรับผลิตไฟฟ้าจากกังหันไอน้ำ อุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดก๊าซที่มีอุณหภูมิสูง) การนำพลังงานความร้อนในระดับอุณหภูมิสูงมาใช้ประโยชน์ การใช้เครื่องเร่งปฏิกิริยาเพื่อผลิตไฟฟ้าจากก๊าซที่มีอุณหภูมิ 700°C การใช้หม้อไอน้ำเพื่อผลิตไอน้ำจากพลังงานความร้อนที่เหลือ การนำพลังงานความร้อนในระดับอุณหภูมิต่ำมาใช้ประโยชน์ (เช่น เครื่องปั๊มความร้อน ตัวแลกเปลี่ยนความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงในช่วงอุณหภูมิต่ำ) การนำพลังงานเคมีจากหม้อไอน้ำ CO มาใช้ประโยชน์ การนำพลังงานความดันจากของเหลวที่มีความดันสูงมาใช้ประโยชน์ การปรับปรุงเครือข่ายการแลกเปลี่ยนความร้อนและเครือข่ายไอน้ำ เป็นต้น 4. การบูรณาการระหว่างการผลิต การวิจัยและพัฒนา การออกแบบ และการผลิตจริง รวมถึงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาคการใช้งาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตให้ก้าวหน้าอย่างต่อเน ในด้านหนึ่ง สำหรับเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และภาควิจัยที่เกิดขึ้นเองในรูปแบบต่างๆ จำเป็นต้องมีการพัฒนากลไกการลงทุนและการระดมทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการให้ความสนับสนุนและแนวทางที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของเครือข่ายเหล่านี้ รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนจากภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และภาคสังคมเข้าด้วยกัน ในอีกด้านหนึ่ง ควรใช้บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเป็นแกนนำ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยที่มีศักยภาพสูง เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ทรัพยากรและความสามารถของทุกฝ่ายร่วมกัน เพื่อผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีตามแผน “Made in China 2025” 5. ต้องพัฒนาความสามารถด้านดิจิทัลและความฉลาดของอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันให้ดีขึ้นอย่างมาก โดยต้องใช้ประโยชน์จากการเกิดขึ้นของการปฏิวัติทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมรอบใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมการผลิตในโลก เพื่อส่งเสริมการผสานรวมเทคโนโลยีสารสนเทศรุ่นใหม่เข้ากับอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์น้ำมันอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยยกระดับเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตอุปกรณ์น้ำมันให้ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการในการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในทะเลของประเทศไทยได้ 6. เสริมสร้างรากฐานด้านการผลิต เพื่อยกระดับความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ระดับโดยรวมของ “สี่รากฐาน” ได้แก่ ชิ้นส่วน/อุปกรณ์พื้นฐาน วัสดุพื้นฐานที่สำคัญ เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และรากฐานทางเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จึงถือเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพของสินค้าที่ผลิตในประเทศจีน ซึ่งควรได้รับความสำคัญอย่างยิ่ง มุ่งเน้นไปที่ความเชี่ยวชาญ และใช้มาตรฐานเป็นพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างรากฐานอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศจีน ในขณะเดียวกัน ก็ควรส่งเสริมและนำเทคโนโลยีการออกแบบที่ทันสมัยมาใช้อย่างกว้างขวาง พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบ และสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการแบ่งปันทรัพยากรด้านการออกแบบ นอกจากนี้ ควรมีนโยบายที่ส่งเสริมการออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ผู้อื่นผลิต มาเป็นการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของตนเองแทน 7. พยายามขยายตลาดในต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้มากขึ้น อุปกรณ์ด้านน้ำมันของจีนมีข้อได้เปรียบด้านราคา โดยมีราคาที่ถูกกว่าราคาในตลาดโลกโดยทั่วไป อุปกรณ์บางชนิดที่มีการใช้งานในปริมาณมาก และมีความซับซ้อนทางเทคนิคไม่สูง กำลังขยายส่วนแบ่งตลาดในระดับนานาชาติอย่างจริงจัง
ถ้ามีรูปภาพประกอบบทความนี้ด้วย ก็จะสมบูรณ์แบบเลย
สรุปได้อย่างครบถ้วนและตรงประเด็น เป็นเอกสารที่มีประโยชน์มากสำหรับการเรียนรู้
เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน ยังไม่มีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ขอเรียนรู้ก่อนครับ
การออกแบบอุปกรณ์เหล่านี้ต้องใช้ความรู้และทักษะอะไรบ้าง
ความรู้ด้านเครื่องจักร อุปกรณ์ขนาดใหญ่ล้วนต้องมีใบอนุญาตด้านเครื่องจักร