HCBBS Forum (ไทย)
Submit Chemical Projects / Find Solutions
Amplify Your Requirements on a Broader Chemical Platform *Engineering · Technology · Equipment · Solutions*
Submit Request

ในฤดูหนาว มักเกิดอาการพิษจากการทำงานได้ง่าย จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด

2016-12-27View Original

Thread Content

ในฤดูหนาว มักเกิดอันตรายจากการสัมผัสสารพิษในที่ทำงานได้ง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ฤดูหนาวถือเป็นช่วงเวลาที่มีอุบัติเหตุจากการสัมผัสก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และสารละลายอินทรีย์ในที่ทำงานได้บ่อยที่สุด ในกระบวนการผลิต บริษัทบางแห่งมีการปิดประตูหน้าต่างในพื้นที่ทำงานไว้ และไม่มีมาตรการระบายอากาศที่เพียงพอ ส่งผลให้สารพิษและสารอันตรายไม่สามารถถูกขจัดออกไปได้ทันเวลา ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการผลิตและสุขภาพของพนักงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรม องค์กรและผู้ปฏิบัติงานที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นพิษจากการทำงานควรเพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัยในฤดูหนาว ☆บริษัทในอุตสาหกรรมเหล่านี้มีแนวโน้มเกิดอันตรายจากการสัมผัสสารพิษในที่ทำงานได้ง่าย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเคมี โลหะวิทยา และยา รวมถึงบริษัทที่ใช้สารละลายอินทรีย์ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หนัง ของเล่น งานฝีมือ และการผลิตเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ซึ่งมักเกิดอุบัติเหตุจากการสัมผัสสารพิษในที่ทำงานได้บ่อย สำหรับบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ในปริมาณมาก จำเป็นต้องมีมาตรฐานความสะอาดของโรงงานที่สูง เมื่อการระบายอากาศในโรงงานไม่ดี และมีสารพิษหรือสารเป็นอันตรายสะสมอยู่ ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของพนักงาน และอาจก่อให้เกิดโรคจากการสัมผัสสารพิษได้ การวิเคราะห์สาเหตุ 1. เพื่อป้องกันลมและความหนาวเย็น บริษัทบางแห่งจึงปิดประตูหน้าต่างขณะทำงาน 2. บริษัทบางแห่งอยู่ในช่วงฤดูที่การผลิตไม่คึกคัก ทำให้มีคำสั่งซื้อน้อย และไม่มีการเปิดระบบระบายอากาศในโรงงาน ส่งผลให้ความเข้มข้นของสารพิษและสารอันตรายในอากาศเพิ่มสูงขึ้น 3. เมื่อใกล้สิ้นปี บริษัทบางแห่งก็เร่งการผลิต โดยสั่งให้พนักงานทำงานล่วงเวลา ส่งผลให้การจัดการในสถานที่ผลิตยุ่งเหยิง นอกจากนี้ ภาชนะบรรจุสารเคมียังไม่ได้รับการปิดผนึกอย่างถูกต้อง หรือไม่มีการปิดฝาภาชนะหลังจากใช้งานเสร็จ 4. เมื่อพนักงานทำงานเสร็จแล้ว พวกเขามักไม่ค่อยอาบน้ำ ล้างมือ หรือเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยนัก ส่งผลให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางผิวหนังหรือเสื้อผ้า 5. บริษัทบางแห่งไม่ได้ดำเนินมาตรการป้องกันความปลอดภัย และไม่ได้จัดให้มีการตรวจสอบและแก้ไขจุดเสี่ยงต่างๆ ตามลักษณะของฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป ☆ภาวะพิษคาร์บอนมอนอกไซด์เฉียบพลันจากการทำงาน คาร์บอนมอนอกไซด์มีลักษณะไม่มีสีและไม่มีกลิ่น สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจ จนก่อให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนได้ โรคพิษคาร์บอนมอนอกไซด์เฉียบพลันจากการทำงาน หมายถึงโรคที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ปฏิบัติงานสูดดมคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณมากในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบประสาทส่วนกลาง และเป็นโรคจากการทำงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ งานที่ต้องสัมผัส ได้แก่ การผลิตเหล็ก การผลิตถ่านคอก และการผลิตโลหะอื่นๆ การผลิตก๊าซ รวมถึงการสังเคราะห์สารเคมีต่างๆ เช่น แอมโมเนีย ไพรีน คาร์บอนมอนอกไซด์ และเมทานอล นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้เตาถ่าน พื้นร้อน กำแพงไฟ และกระถางถ่าน รวมถึงการใช้อุปกรณ์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน ก๊าซ หรือน้ำมันในการทำงานด้วย อาการที่พบบ่อยในกรณีของการได้รับสารพิษในระดับเล็กน้อย ได้แก่ ปวดหัวอย่างรุนแรง มึนหัว แขนขาอ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน มีภาวะสับสนทางจิตในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และความเข้มข้นของคาร์บอกซีฮีโมโกลบินในเลือดสูงกว่า 10% การเป็นพิษระดับปานกลาง: มีอาการของภาวะสมองทำงานผิดปกติ โดยมีอาการหมดสติในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่สามารถฟื้นตัวได้หลังจากได้รับการรักษา โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ชัดเจน ค่าคาร์บอกซีฮีโมโกลบินในเลือดสูงกว่า 30% ภาวะพิษรุนแรง: ภาวะสมองบวม ภาวะช็อก หรือความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างรุนแรง ภาวะหายใจลำบาก การเกิดเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนบน เป็นต้น โดยมีค่าคาร์บอกซีเฮโมโกลบินในเลือดสูงกว่า 50% โรคสมองที่เกิดขึ้นในภายหลัง: หลังจากช่วงที่ดูเหมือนจะหายดีแล้ว ก็จะเกิดความผิดปกติทางระบบประสาทและสติสัมปชัญญะอีกครั้ง รวมถึงความผิดปกติทางระบบประสาทนอกระบบไขสันหลัง เช่น อาการของโรคพาร์กินสัน ; ความเสียหายของเส้นประสาทในระบบไขสันหลัง เช่น อัมพาต การมีแรฟเฟกต์ทางพยาธิวิทยา หรือภาวะปัสสาวะเล็ด เป็นต้น ; ความผิดปกติเฉพาะที่ของเปลือกสมอง เช่น ภาวะพูดไม่ได้ ตาบอด หรืออาจเกิดโรคลมชักแบบทุติยภูมิได้ มาตรการป้องกัน 1. องค์กรควรทำการตรวจสอบอุปกรณ์เป็นประจำ เพื่อค้นหาจุดบกพร่อง และป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลของก๊าซจากเตาผลิตก๊าซและท่อส่งก๊าซ 2. เสริมความแน่นหนาให้กับอุปกรณ์ และเพิ่มการระบายอากาศในสถานที่ทำงาน โดยควรติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณในโรงงานที่มีโอกาสเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ 3. จัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงาน และดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สูง จะต้องมีมาตรการควบคุมและดูแลอย่างเหมาะสม ก่อนเริ่มทำงาน จะต้องมีการอธิบายขั้นตอนด้านความปลอดภัยก่อน หากต้องทำงานที่มีความเสี่ยงจากการใช้ไฟ ก็จะต้องมีการขอใบอนุญาตก่อน และต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานอยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัย 4. องค์กรควรให้การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแก่พนักงาน เพื่อให้พวกเขามีความรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือตนเองและการช่วยเหลือผู้อื่น 5. เมื่อพนักงานเข้าไปทำงานในพื้นที่อันตราย จะต้องดูแลความปลอดภัยของตนเองให้ดี 6. บุคคลที่มีโรคทางระบบประสาท โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือภาวะโลหิตจางรุนแรง รวมถึงผู้สูงอายุ ไม่ควรทำงานในตำแหน่งที่มีโอกาสเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 7. เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ทำงานที่ใช้เตาถ่านในการให้ความอบอุ่น จำเป็นต้องระมัดระวังไม่ให้มีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สะสมจนก่อให้เกิดอาการพิษ โดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเวลากลางคืนจะต้องใช้เตาถ่านเพื่อให้ความอบอุ่นตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด 8. เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปในสถานที่ที่มีความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สูง ควรสวมใส่อุปกรณ์หายใจแบบพกพา พร้อมทั้งนำเครื่องตรวจจับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไปด้วย และควรสวมชุดป้องกันด้วย 9. เมื่อพบว่าผู้ปฏิบัติงานเกิดอาการเป็นพิษ ควรนำตัวออกจากบริเวณที่เกิดเหตุไปยังที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี คลายปกเสื้อให้หลวมเพื่อให้การหายใจสะดวก และระวังไม่ให้ตัวเย็นเกินไป หากมีเงื่อนไขเอื้ออำนวย ควรให้ออกซิเจนโดยเร็วที่สุด หลังจากให้การปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุแล้ว ควรรีบส่งผู้ที่ได้รับสารพิษไปยังโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์สำหรับการรักษาด้วยออกซิเจนความดันสูงโดยเร็วที่สุด คำอธิบาย: C:\Users\dell\Desktop\res01_attpic_brief.jpg คำอธิบาย: C:\Users\dell\Desktop\res04_attpic_brief.jpg ☆การเป็นพิษจากสารละลายอินทรีย์ สารละลายอินทรีย์หมายถึงของเหลวที่สามารถละลายสารบางชนิดที่ไม่ละลายในน้ำได้ โดยมักถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตต่างๆ เช่น การทำความสะอาด การกำจัดคราบสกปรก การเจือจาง และการสกัดสาร นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาใช้เป็นสารกึ่งสำเร็จรูปในการสังเคราะห์ทางเคมีได้อีกด้วย. ตัวทำละลายอินทรีย์ส่วนใหญ่ถือเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังได้ โดยจะสร้างความระคายเคืองให้กับผิวหนังและเยื่อเมือกของมนุษย์ในระดับที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็งและก่อความพิการได้อีกด้วย ในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม มักมีก๊าซที่เป็นพิษและก๊าซจากสารละลายอินทรีย์ที่ระเหยออกมา ดังนั้น การระบายอากาศจึงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการเกิดพิษ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว บริษัทบางแห่งก็ปิดระบบระบายอากาศและปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันความหนาวเย็น ส่งผลให้บริเวณที่ทำงานมีการระบายอากาศที่ไม่ดี ก๊าซอันตรายจึงสะสมอยู่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคจากการสัมผัสสารพิษได้ นอกจากนี้ สารละลายอินทรีย์และสารเคมีต่างๆ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านการสัมผัสกับผิวหนังหรือเสื้อผ้า เช่น สารกำจัดศัตรูพืชประเภทออร์แกโนฟอสเฟต สารประกอบอะมิโนและไนโตรของเบนซีน เป็นต้น งานที่มีการสัมผัสกับสารเคมี ได้แก่ งานผลิตสินค้าหัตถกรรมจากไม้และเฟอร์นิเจอร์ งานทาสีหรือพ่นสีในอุตสาหกรรมซ่อมรถยนต์ งานผลิตหนังเทียม งานผลิตรองเท้า และงานผลิตกระเป๋าต่างๆ ซึ่งต้องใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ รวมถึงงานผลิตกาวยาง ใยสังเคราะห์ สีย้อม สารทำความสะอาด และสารกำจัดแมลงด้วย อาการที่พบบ่อยของคลอโรเมทิลอีเทอร์: อาจทำให้เกิดอาการน้ำตาไหล เจ็บคอ ไออย่างรุนแรง หายใจไม่สะดวก มีไข้ และหนาวสั่นได้ บินซีน: ก่อให้เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน สับสน สูญเสียความรู้สึก หมดสติ และชักได้ ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากการที่ระบบประสาทส่วนกลางไม่ทำงาน ฟอร์มัลดีไฮด์: ทำให้ตาแดง คันตา มีอาการไม่สบายหรือเจ็บคอ เสียงแหบ จาม หายใจลำบาก หรือหอบหืด เป็นต้น คาร์บอนไดซัลไฟด์: ผิวหนังแดง หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัวรุนแรง มีปัญหาด้านการมองเห็น สับสนทางจิต และอาจหมดสติได้ เมทานอล: ทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ ปวดท้อง อ่อนเพลีย ตามัวจนมองไม่เห็น ในกรณีรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากศูนย์ควบคุมการหายใจหยุดทำงาน ทอลูอีน: ทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ดวงตาและทางเดินหายใจส่วนบน มีอาการเยื่อบุตาและลำคอแดง อาการวิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรง สติสัมปชัญญะเลือนลาง ในกรณีรุนแรงอาจมีอาการกระสับกระส่าย ชัก หรือหมดสติได้ อาการ: มีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดหัว เวียนหัว หงุดหงิดง่าย อาเจียน หายใจลำบาก ชัก และหมดสติ ระคายเคืองต่อตา จมูก และลำคอ เอทิลอะซีเตต: ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ดวงตา จมูก และลำคอ ส่งผลเสียต่อตับและไต อาจก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางชนิดทุติยภูมิ และจำนวนเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นได้ มาตรการป้องกัน 1. องค์กรต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากการทำงานในสถานที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด โดยยึดหลักการ “ใช้สารที่ไม่มีพิษแทนสารที่มีพิษต่ำ และใช้สารที่มีพิษต่ำแทนสารที่มีพิษสูง” ห้ามใช้วัตถุดิบที่เรียกว่า “สามไม่มี” ซึ่งหมายถึง วัตถุดิบที่ไม่มีฉลาก ไม่มีคำแนะนำการใช้งาน และไม่มีการระบุชื่อผู้ผลิต 2. สถานที่ทำงานควรมีการระบายอากาศที่ดี โดยสามารถติดตั้งเครื่องดูดอากาศ เครื่องระบายอากาศ หรือชุดดักจับกลิ่นได้ นอกจากนี้ควรมีการติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยด้วย ; งานที่มีสารพิษหรืออันตรายควรแยกออกจากงานประเภทอื่น ; เสริมสร้างการตรวจสอบปัจจัยเสี่ยงด้านโรคจากการทำงานในสถานที่ทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง 3. เสริมสร้างการควบคุมการเก็บรักษาและการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรจัดประเภทและเก็บสารละลายอินทรีย์ไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม และเมื่อนำมาใช้งานต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด 4. ปฏิบัติหน้าที่ในการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายจากโรคที่เกิดจากการทำงาน พร้อมทั้งเสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัย เพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงองค์ประกอบและคุณสมบัติที่ก่อให้เกิดอันตรายของสารเคมีที่ใช้ และสามารถป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ดำเนินการตรวจสุขภาพในที่ทำงาน เพื่อค้นหาโรคที่อาจเกิดจากการทำงาน หรือความเสียหายที่เกิดจากการทำงานได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และจัดให้ผู้ที่มีอาการสงสัยว่าเป็นโรคจากการทำงานได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที 6. จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้แก่พนักงาน และกำกับดูแลให้มีการใช้อุปกรณ์เหล่านั้นอย่างถูกต้อง ; จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกในการอาบน้ำให้กับพนักงาน และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันตัวเอง 7. จัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและสิ่งของสำหรับการปฐมพยาบาลไว้ด้วย เมื่อเกิดอุบัติเหตุการ์ดพิษจากการทำงานเฉียบพลัน ควรหยุดการทำงานทันที รักษาสภาพแวดล้อมให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี และดำเนินการช่วยเหลือโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุให้หน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในท้องถิ่นทราบ และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบสวน เพื่อป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุรุนแรงขึ้นไปอีก 8. การปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากสารละลายอินทรีย์เฉียบพลัน เป็นสิ่งสำคัญมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยควรช่วยให้ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษออกมาจากสภาพแวดล้อมที่มีสารพิษโดยเร็วที่สุด ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ ให้ออกซิเจน และทำความสะอาดสารพิษที่ติดอยู่บริเวณดวงตาและผิวหนัง นอกจากนี้ยังต้องรีบหาสาเหตุของการได้รับสารพิษ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง
Reply #22016-12-27
ขณะใช้ความร้อน ต้องระวังการเกิดพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ มีตัวอย่างให้เรียนรู้มากมายเลย
Reply #32017-01-03
ในภาคเหนือ ปัจจุบันยังมีการใช้ถ่านหินหรือฟืนเพื่อให้ความอบอุ่นกันอยู่มาก การได้รับพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นั้นร้ายแรงจริงๆ
Reply #42017-01-14
แท้จริงแล้ว ในฤดูหนาวมักเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้และการเกิดพิษขึ้นได้บ่อย สาเหตุสำคัญก็คือการระบายอากาศที่ไม่ดี การจัดการอุปกรณ์ทำความอบอุ่นที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ไม่ทันเวลา เป็นต้น
Reply #52017-01-15
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับเพลิงไหม้ การเป็นพิษ และไฟฟ้าช็อตได้บ่อยครั้ง (ในบริเวณของเรามีหลายที่ที่ใช้ท่อความร้อนไฟฟ้าเพื่อทำความอบอุ่น) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทศกาลตรุษจีนกำลังจะมาถึง เรายิ่งต้องระมัดระวังและป้องกันไว้ให้ดี ข้อมูลที่เจ้าของกระทู้แบ่งปันมานั้นครบถ้วนมาก ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยครับ
Reply #62017-01-15
ในชนบททางตอนเหนือ ยังคงใช้การให้ความร้อนแบบแยกส่วนแทนการให้ความร้อนแบบรวมศูนย์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการเป็นพิษได้ง่าย และสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมและชั้นบรรยากาศอีกด้วย
Reply #72017-01-28
บริษัทเคมีภัณฑ์ ภาคเหนือ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการระบายอากาศในโรงงาน

Submit a Project

**Looking for Chemical Technology, Equipment & Solutions?** No Registration Required Broader Platform Exposure | Global Chemical Service Provider Connections

Submit Request — Free Consultation

Disclaimer

This is an automated machine translation of the original thread. Some technical terms may have inaccuracies; the original text shall prevail. Click "View Original" at the top right to access the source page, which supports IP-based automatic real-time language translation. Please watch out for contact details and sales inducements to prevent fraud. All content and translations are for reference only, representing solely the poster's personal views. For enquiries, email service@hcbbs.com.