HCBBS Forum (ไทย)
Submit Chemical Projects / Find Solutions
Amplify Your Requirements on a Broader Chemical Platform *Engineering · Technology · Equipment · Solutions*
Submit Request

6 ข้อดีของการที่ผู้หญิงรับประทานอะโวคาโด

2016-11-21View Original

Thread Content

โพสต์นี้ถูกแก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wolfhhhhm เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2016 เวลา 08:40 เราทุกคนต่างก็รู้ดีว่า มีหลายคนที่ชอบรับประทานอะโวคาโด อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยในการย่อยอาหาร ปกป้องมดลูก บำรุงผิวพรรณ และยังช่วยในการลดน้ำหนักอีกด้วย มีข่าวว่าอะโวคาโดไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักได้เท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยให้หน้าอกอวบอิ่มขึ้นได้อีกด้วย งั้นเรามาดูกันเลยว่าการรับประทานอะโวคาโดมีข้อดีและข้อควรระวังอะไรบ้าง? http://img.99.com.cn/uploads/161121/424_131158_1.jpg หมายเหตุ: รูปภาพนี้มาจากอินเทอร์เน็ต หากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งให้ทราบด้วย ข้อดีของการรับประทานอะโวคาโด: 1. ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย อะโวคาโดมีกรดไกลเซอริก โปรตีน และวิตามินในปริมาณมาก ช่วยบำรุงผิวได้อย่างอ่อนโยน นอกจากนี้ยังช่วยลดขนาดรูขุมขน และสร้างชั้นป้องกันบนผิวหนัง ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ลดโอกาสเกิดฝ้าและผิวไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำมันอะโวคาโดที่สกัดจากเมล็ดอะโวคาโดนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีวิตามินอี แมกนีเซียม กรดไลโนเลอิก และกรดไขมันจำเป็นในปริมาณมาก ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเยื่อหุ้มเซลล์ และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนังได้   2. ช่วยปกป้องสุขภาพมดลูก เนื่องจากอะโวคาโดมีรูปร่างคล้ายมดลูก จึงสามารถช่วยปกป้องสุขภาพของมดลูกและปากมดลูกในผู้หญิงได้ หากผู้หญิงรับประทานอะโวคาโดวันละ 1 ลูกต่อสัปดาห์ ก็จะช่วยให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสมดุล ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินที่เกิดขึ้นหลังคลอดบุตร และช่วยป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้   3. เสริมหน้าอก ในอะโวคาโดมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณมาก ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเนื้อเยื่อบริเวณหน้าอก นอกจากนี้ วิตามินเอที่มีอยู่ในอะโวคาโดยังช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนในผู้หญิง ส่วนวิตามินซีก็ช่วยป้องกันไม่ให้หน้าอกเสียรูป และวิตามินอีก็ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของหน้าอกอีกด้วย   4. ช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน ผลอะโวคาโดมีปริมาณน้ำตาลต่ำมาก โดยมีปริมาณน้ำตาลเพียง 1/5 ของกล้วยเท่านั้น จึงถือเป็นอาหารที่มีไขมันสูงแต่น้ำตาลต่ำ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ส่วนการนำเปลือกผลไม้มาแช่น้ำดื่ม ก็มีส่วนช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้เช่นกัน   5. ช่วยปกป้องตับ อะโวคาโดมีสารเคมีที่มีฤทธิ์ช่วยปกป้องตับได้ การค้นพบนี้จะช่วยให้ผู้คนสามารถคิดค้นยาใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้รักษาโรคตับได้   6. การดูแลผิวพรรณ เนื้ออะโวคาโดมีความสามารถในการเข้ากันได้ดีกับผิวหนังของมนุษย์ จึงสามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการดูดซับรังสียูวีได้ดี อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินอีและแคโรทีน ดังนั้นจึงมีประโยชน์อย่างมากในการดูแลผิวพรรณและปกป้องผิวจากรังสียูวี http://img.99.com.cn/uploads/161121/424_131238_1.jpg ข้อห้ามในการรับประทานอะโวคาโด: 1. ผู้ที่แพ้ไม่ควรรับประทาน อะโวคาโดเป็นผลไม้จากเขตร้อน มีไขมันไม่อิ่มตัวและโปรตีนในปริมาณมาก โดยโปรตีนเหล่านี้เป็นโปรตีนจากพืช นอกจากนี้ยังมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในร่างกายได้ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการแพ้จึงไม่ควรรับประทานอะโวคาโด เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้   2. คนที่มีน้ำหนักเกินไม่ควรรับประทานมากเกินไป อะโวคาโดมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ แต่ผลดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรับประทานในปริมาณที่น้อยเท่านั้น เพราะอะโวคาโดถือเป็นอาหารที่มีไขมันสูง หากรับประทานมากเกินไป กรดไขมันไม่อิ่มตัวในเนื้ออะโวคาโดก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งในระยะยาวอาจก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินได้   3. ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไม่ดีควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมากเกินไป อะโวคาโดมีโปรตีนและกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณมาก โดยโปรตีนส่วนใหญ่เป็นโปรตีนจากพืช ซึ่งโปรตีนชนิดนี้ย่อยยาก ดังนั้น ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไม่ดีควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมากเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด ฯลฯ   4. อะโวคาโดไม่เหมาะที่จะรับประทานคู่กับเครื่องดื่มเย็น อะโวคาโดมีไขมันในปริมาณสูง ถือเป็นผลไม้ที่มีลักษณะ “มัน” ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานคู่กับเครื่องดื่มเย็น หรืออะโวคาโดแช่เย็น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องเสีย   5. อะโวคาโดไม่เหมาะสำหรับการเก็บรักษาไว้เป็นเวลานาน อะโวคาโดมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่ดีมาก ดังนั้นจึงไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน โดยเฉพาะอะโวคาโดที่ถูกหั่นแล้ว จะเริ่มเปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกับอากาศ อะโวคาโดประเภทนี้ควรรับประทานภายใน 2 ชั่วโมง ส่วนอะโวคาโดที่สุกแล้วนั้น สามารถเก็บรักษาไว้ได้เพียง 2–3 วันเท่านั้น แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ไม่ควรเกินหนึ่งสัปดาห์ ควรรีบรับประทานเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อะโวคาโดเสียคุณภาพหรือสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการไป

Submit a Project

**Looking for Chemical Technology, Equipment & Solutions?** No Registration Required Broader Platform Exposure | Global Chemical Service Provider Connections

Submit Request — Free Consultation

Disclaimer

This is an automated machine translation of the original thread. Some technical terms may have inaccuracies; the original text shall prevail. Click "View Original" at the top right to access the source page, which supports IP-based automatic real-time language translation. Please watch out for contact details and sales inducements to prevent fraud. All content and translations are for reference only, representing solely the poster's personal views. For enquiries, email service@hcbbs.com.