Thread Content
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน บริษัท QS Global Higher Education Group ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับ “QS Global University Graduate Employability Rankings” ฉบับที่สองออกมา มหาวิทยาลัยในจีน 53 แห่งติดอันดับ 300 แห่งแรกของโลก โดยมหาวิทยาลัยชิงหัวอยู่ในอันดับที่สาม การจัดอันดับนั้นอาศัยตัวชี้วัด 5 ประการในการประเมินความสามารถของบัณฑิตในการแข่งขันทางการจ้างงานในระดับโลก ได้แก่ ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในสายตานายจ้างทั่วโลก (มีน้ำหนัก 30%) ผลงานของบัณฑิตที่เคยศึกษาที่นี่ (20%) ความร่วมมือกับบริษัทต่างๆ (25%) กิจกรรมสรรหาพนักงานของมหาวิทยาลัย (15%) และอัตราการได้งานของบัณฑิต (10%) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และมหาวิทยาลัยชิงหัว ติดอันดับสามอันดับแรกตามลำดับ อันดับที่สี่ถึงสิบ ได้แก่ มหาวิทยาลัยซิดนีย์, มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์, สถาบันเทคโนโลยีปารีส, มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย, มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด, มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์, และมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ในบรรดาสถาบันที่อยู่ในอันดับสิบอันดับแรกนั้น มีครึ่งหนึ่งเป็นสถาบันจากสหรัฐอเมร จีนมีมหาวิทยาลัย 4 แห่งที่ติดอันดับ 20 อันดับแรกของโลก ซึ่งอยู่ในอันดับที่สองของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับ 10 แห่ง โดยจำนวนนี้มากกว่าสหราชอาณาจักรที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับ 3 แห่ง ออสเตรเลียที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับ 2 แห่ง และฝรั่งเศสที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับ 1 แห่ง นอกจากนี้ มีมหาวิทยาลัยของจีน 6 แห่งที่ติดอันดับ 50 อันดับแรกของโลก และมีมหาวิทยาลัยของจีน 53 แห่งที่ติดอันดับ 300 อันดับแรกของโลก
ดูอันนี้สิ ดีกว่าการดูอุจจาระไก่เยอะเลย.