HCBBS Forum (ไทย)
Submit Chemical Projects / Find Solutions
Amplify Your Requirements on a Broader Chemical Platform *Engineering · Technology · Equipment · Solutions*
Submit Request

การขึ้นทะเบียนแทน การรับเหมาต่อ การมอบหมายงานโดยผิดกฎหมาย การแบ่งงานให้ผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย | ทุกคนจงระวังไว้ด้วย

2016-12-07View Original

Thread Content

การใช้บริษัทอื่นมาแสดงตัวแทนในวงการก่อสร้าง การโอนงานให้ผู้อื่น การมอบหมายงานโดยผิดกฎหมาย และการแบ่งงานโดยผิดกฎหมาย ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาด้านคุณภาพในการก่อสร้าง อีกทั้งยังเป็นพฤติกรรมที่หน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญในการตรวจสอบและลงโทษอย่างเข้มงวดอีกด้วย เพื่อสรุปบทเรียนจากการดำเนินงานด้านคุณภาพงานในช่วงสองปีที่ผ่านมา และสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองได้ทำการปรับปรุง “ข้อบังคับว่าด้วยการระบุและดำเนินการกับการกระทำผิดในการจ้างงานในงานก่อสร้าง (ฉบับชั่วคราว)” (เอกสารหมายเลข 118) และได้จัดทำ “ข้อบังคับว่าด้วยการระบุและดำเนินการกับการกระทำผิดในการจ้างงานในงานก่อสร้าง (ร่างเพื่อรับความคิดเห็น)” ขึ้นมา โดยเปิดให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ จากการเปรียบเทียบเอกสารทั้งสองฉบับ พบว่าในร่างเอกสารที่เผยแพร่เพื่อรับความคิดเห็นฉบับใหม่นี้ กระทรวงที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างได้ปรับเปลี่ยนมาตรฐานในการพิจารณาเรื่อง “การให้บริษัทอื่นมาดำเนินการแทน” อย่างมาก หนึ่ง เกณฑ์การพิจารณา “การใช้ชื่อแทน” ลดลงอย่างมาก ในร่างข้อเสนอแนะ มีเพียง 4 เกณฑ์เท่านั้นสำหรับการพิจารณา “การใช้ชื่อแทน”: 1) หน่วยงานหรือบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติ แอบอ้างใช้คุณสมบัติของหน่วยงานก่อสร้างอื่นเพื่อรับงานก่อสร้าง ; 2) ผู้รับเหมาที่มีคุณสมบัติเพียงพอ นำคุณสมบัติของกันและกันมาใช้ในการรับงาน ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ผู้รับเหมาที่มีระดับคุณสมบัติต่ำนำคุณสมบัติของผู้รับเหมาที่มีระดับคุณสมบัติสูงมาใช้ หรือผู้รับเหมาที่มีระดับคุณสมบัติสูงนำคุณสมบัติของผู้รับเหมาที่มีระดับคุณสมบัติต่ำมาใช้ หรือกรณีที่ผู้รับเหมาที่มีระดับคุณสมบัติเท่ากันนำคุณสมบัติของกันและกันมาใช้ก็ตาม ; 3) ในข้อกำหนดเรื่อง “การโอนสัญญา” มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นการทำงานในนามของผู้อื่น ; 4) การกระทำอื่นใดที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนดไว้ให้ถือเป็นการผูกพันกัน ข้อสอง การ “จ้างงานแบบผูกพัน” ส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนเป็น “การโอนสิทธิ์ในการก่อสร้าง” โดยกรณีต่อไปนี้จะไม่ถือว่าเป็น “การจ้างงานแบบผูกพัน” อีกต่อไป แต่จะถือเป็น “การโอนสิทธิ์ในการก่อสร้าง” ยกเว้นในกรณีที่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นการจ้างงานแบบผูกพันจริงๆ ได้แก่: 1) หน่วยงานที่เป็นผู้ว่าจ้างงานในโครงการนั้นไม่ใช่หน่วยงานที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโดยตรง แต่หน่วยงานนั้นเป็นผู้ว่าจ้างตามข้อตกลงที่มีอยู่ ; 2) หน่วยงานที่เป็นผู้ว่าจ้างให้มีการแบ่งงานให้ผู้รับเหมาอื่นทำนั้น ไม่ใช่หน่วยงานที่เป็นผู้รับเหมาโครงการโดยรวม หรือผู้รับเหมางานเฉพาะทาง หรือผู้รับเหมางานที่ถูกแบ่งออกมานั้นเอง ; 3) ในบรรดาหัวหน้าโครงการ หัวหน้าด้านเทคนิค หัวหน้าด้านการควบคุมคุณภาพ และหัวหน้าด้านความปลอดภัยที่บริษัทผู้รับเหมาส่งมาประจำอยู่ที่ไซต์งานนั้น มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้มีสัญญาจ้างงานกับบริษัทผู้รับเหมา หรือไม่มีความสัมพันธ์ทางด้านเงินเดือนหรือการประกันสังคมกับบริษัทผู้รับเหมาเลย ; 4) หน่วยงานรับเหมาก่อสร้างหลักหรือหน่วยงานรับเหมาเฉพาะทางไม่มีความสัมพันธ์ในการรับ-จ่ายเงินค่าก่อสร้างกับหน่วยงานผู้ว่าจ้าง หรือชื่อหน่วยงานที่ระบุไว้ในหลักฐานการชำระเงินค่าก่อสร้างไม่ตรงกับชื่อหน่วยงานรับเหมาที่ระบุไว้ในสัญญาก่อสร้าง และไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลพร้อมทั้งนำหลักฐานมายืนยันได้ ; 5) ในกรณีที่สัญญากำหนดให้ผู้รับเหมาโดยรวมหรือผู้รับเหมาเฉพาะทางเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาหรือเช่าวัสดุก่อสร้างหลัก อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเครื่องจักรก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่กลับมีหน่วยงานหรือบุคคลอื่นเป็นผู้จัดหาหรือเช่าสิ่งเหล่านั้น หรือในกรณีที่ผู้รับเหมาไม่สามารถนำเสนอเอกสารการจัดหาหรือเช่า รวมถึงใบเสร็จรับเงินได้ และไม่สามารถอธิบายเหตุผลหรือนำเสนอหลักฐานมายืนยันได้ สาม ยกเลิกเกณฑ์การพิจารณาว่าเป็น “การโอนงานให้ผู้อื่นทำ” 2 ข้อ ดังนี้ กรณีต่อไปนี้จะไม่ถือว่าเป็น “การโอนงานให้ผู้อื่นทำ” อีกต่อไป: 1) ผู้รับเหมาส่งมอบงานทั้งหมดที่ได้รับมาให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่นไปดำเนินการแทน ; 2) หน่วยงานที่รับเหมาก่อสร้างโดยรวม หรือหน่วยงานที่รับเหมางานเฉพาะด้าน นำงานก่อสร้างทั้งหมดที่ได้รับมอบหมายมาแบ่งออกเป็นส่วนๆ จากนั้นจึงมอบหมายให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่นมาดำเนินการก่อสร้างแต่ละส่วนนั้นต่อไป ข้อ 4 กรณีที่มีการจัดตั้งกลุ่มบริษัทขึ้นมามากกว่าสองแห่งเพื่อร่วมกันรับงานก่อสร้าง และในข้อตกลงการแบ่งหน้าที่ภายในกลุ่มนั้น มีการกำหนดไว้ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่เข้ามามีส่วนร่วมในการก่อสร้าง หรือไม่มีหน้าที่ในการจัดการกิจกรรมการก่อสร้างเลย แต่กลับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ จากฝ่ายอื่นๆ ในกลุ่ม ถือว่าฝ่ายนั้นได้โอนงานก่อสร้างที่ได้รับมอบหมายให้กับฝ่ายอื่นๆ ในกลุ่มนั่นเอง ห้า “เกณฑ์การพิจารณาการว่าจ้างโดยผิดกฎหมาย” นอกจากข้อกำหนดเดิมแล้ว การไม่ประกาศประกวดราคาตามกฎหมาย การไม่ดำเนินการตามขั้นตอนการอนุมัติก่อนการว่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนด การว่าจ้างโดยใช้วิธีการเชิญชวนให้เสนอราคา และการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการอนุมัติตามที่กฎหมายกำหนด ก็ถือเป็นการว่าจ้างโดยผิดกฎหมายเช่นกัน
Reply #22016-12-07
ข้อบังคับว่าด้วยการกำหนด การตรวจสอบ และการลงโทษในกรณีที่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับการจ้างงานในงานก่อสร้าง (ร่างเพื่อรับฟังความคิดเห็น) มาตรา 1 เพื่อให้การจ้างงานในงานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีระเบียบ รวมถึงเพื่อรับประกันคุณภาพของงานและความปลอดภัยในการก่อสร้าง ตลอดจนเพื่อป้องกันการกระทำผิดต่างๆ เช่น การจ้างงานโดยผิดกฎหมาย การโอนสิทธิ์ในการจ้างงาน การแบ่งงานโดยผิดกฎหมาย และการใช้ชื่อผู้อื่นในการทำงานก่อสร้าง เพื่อรักษาความเป็นระเบียบในตลาดงานก่อสร้าง และสิทธิ์ตามกฎหมายของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในงานก่อสร้าง จึงได้จัดทำข้อบังคับนี้ขึ้น โดยอาศัยกฎหมายต่างๆ เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการก่อสร้าง พระราชบัญญัติว่าด้วยการประมูล พระราชบัญญัติว่าด้วยสัญญา ตลอดจนข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง ข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมความปลอดภัยในการก่อสร้าง และข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการประมูล รวมถึงประสบการณ์จริงในการดำเนินงานด้านการก่อสร้างด้วย ข้อ 2 คำว่า “งานก่อสร้าง” ตามข้อบังคับนี้ หมายถึง งานก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยและงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านระบบสาธารณูปโภค ข้อ 3 กระทรวงที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองมีหน้าที่กำกับดูแลและบริหารจัดการการดำเนินการตรวจสอบและลงโทษการกระทำผิดในด้านการจ้างงานและการรับเหมาก่อสร้างทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ หมายเหตุ: เนื้อหาใน “ข้อบังคับว่าด้วยการกำหนดและดำเนินการจัดการกับการกระทำผิดต่างๆ ในด้านการก่อสร้างอาคาร เช่น การโอนสัญญา การแบ่งสัญญาโดยผิดกฎหมาย ฯลฯ (ฉบับชั่วคราว)” (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “เนื้อหาต้นฉบับ”) ระบุไว้ว่า “กระทรวงที่ดูแลด้านที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างเป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลและจัดการกับการกระทำผิดต่างๆ ในด้านการก่อสร้างอาคารทั่วประเทศ” ”หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองในระดับเขตหรือระดับที่สูงกว่านั้น มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการตรวจสอบและจัดการกับการกระทำที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานในด้านการก่อสร้างภายในเขตอำนาจของตนเอง (หมายเหตุ: ข้อความต้นฉบับระบุว่า “หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการก่อสร้างและการพัฒนาที่อยู่อาศัยในระดับเขต/อำเภอขึ้นไป เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและดำเนินการกับการกระทำผิดต่างๆ เช่น การมอบหมายงานก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย การโอนสิทธิ์ในการก่อสร้าง การแบ่งงานก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย และการใช้ชื่อผู้อื่นในการดำเนินการก่อสร้าง” ”) การกระทำผิดตามที่กล่าวไว้ในข้อบังคับนี้ หมายถึงการกระทำผิดเกี่ยวกับการมอบหมายงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การโอนสิทธิ์ในการรับงาน การแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการใช้ชื่อผู้อื่นเพื่อรับงาน เป็นต้น (หมายเหตุ: เพิ่มเติม) ข้อ 4 การว่าจ้างงานโดยผิดกฎหมายตามที่ระบุในวิธีการนี้ หมายถึง การที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบการก่อสร้างว่าจ้างงานให้กับหน่วยงานหรือบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม การแบ่งงานออกเป็นส่วนๆ แล้วว่าจ้าง การว่าจ้างงานโดยตรงซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และการปฏิบัติตามขั้นตอนการว่าจ้างงานที่กฎหมายกำหนดอย่างไม่ถูกต้อง เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายและระเบียบต่างๆ ข้อ 5 ในกรณีที่มีลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้ ถือเป็นการมอบหมายงานโดยผิดกฎหมาย: (1) หน่วยงานผู้รับผิดชอบการก่อสร้างมอบหมายงานให้บุคคลธรรมดา ; (2) หน่วยงานที่เป็นผู้จัดสร้างโครงการ มอบหมายงานให้กับบริษัทก่อสร้างที่ไม่มีคุณสมบัติหรือใบอนุญาตด้านความปลอดภัยในการก่อสร้าง ; (๓) การมอบหมายงานโดยตรงซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมาย รวมถึงกรณีที่ตามกฎหมายต้องดำเนินการประมูลแต่ไม่ได้ประมูล หรือกรณีที่ตามกฎหมายต้องยื่นคำขอมอบหมายงานโดยตรงแต่ไม่ได้ยื่นคำขอ หรือคำขอไม่ได้รับการอนุมัติ ; (4) การมอบหมายงานโดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ การไม่ประกาศเชิญชวนให้มีการเสนอราคาตามกฎหมาย การไม่ดำเนินการอนุมัติล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด หรือการมอบหมายงานโดยการเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการประมูล โดยไม่ดำเนินการอนุมัติตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น ; (3)(4) คือเนื้อหาตามข้อที่สามของต้นฉบับ ซึ่งระบุว่า “ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการประกวดราคาตามกฎหมาย ได้แก่ ไม่ได้จัดให้มีการประกวดราคาตามที่กฎหมายกำหนด หรือไม่ได้ยื่นคำขอเพื่อการจ้างงานโดยตรงตามที่กฎหมายกำหนด หรือแม้แต่ยื่นคำขอแล้วแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ” ; ”(5) หน่วยงานที่เป็นผู้จัดตั้งโครงการกำหนดเงื่อนไขในการประมูลที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นการจำกัดหรือกีดกันผู้ที่มีความสนใจจะเข้าร่วมการประมูล ; (6) หน่วยงานผู้ก่อสร้างแบ่งงานก่อสร้างของโครงการหนึ่งออกเป็นหลายส่วน เพื่อมอบหมายให้บริษัทที่รับเหมาก่อสร้างโดยรวมหรือบริษัทที่รับเหมางานเฉพาะทางต่างๆ ไปดำเนินการ ; (๗) หน่วยงานผู้รับเหมาก่อสร้างฝ่าฝืนข้อตกลงในสัญญาก่อสร้าง และโดยไม่ได้รับความยินยอมจากหน่วยงานรับเหมา ได้เรียกร้องให้หน่วยงานรับเหมาเลือกใช้หน่วยงานรับเหมาช่วงที่ตนกำหนดไว้ โดยใช้วิธีการต่างๆ ; (หมายเหตุ: เกี่ยวกับเนื้อหาในข้อที่ 6 และ 7 ของเอกสารต้นฉบับ ซึ่งระบุว่า “หน่วยงานผู้จัดสร้างได้มอบหมายงานก่อสร้างที่อยู่ในขอบเขตของสัญญาก่อสร้างให้กับบุคคลอื่นไปดำเนินการอีก”) ; ”“หน่วยงานผู้รับเหมาก่อสร้างละเมิดข้อตกลงในสัญญาก่อสร้าง โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรับเหมาหลักเลือกใช้หน่วยงานรับเหมาช่วงที่ตนกำหนดไว้ด้วยวิธีการต่างๆ ; ”การรวมกันของ) (8) การกระทำการมอบหมายงานโดยผิดกฎหมายอื่นๆ ตามที่กฎหมายและระเบียบข้อบังคับกำหนด ข้อ 6 การโอนงานตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับนี้ หมายถึง การที่ผู้รับเหมาก่อสร้างรับงานมาแล้วไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยนำงานทั้งหมดที่รับมาไปโอนให้กับหน่วยงานหรือบุคคลอื่นเพื่อให้ทำการก่อสร้างต่อ หรือแบ่งงานออกเป็นส่วนๆ เพื่อโอนให้ผู้อื่นทำการก่อสร้างต่อไป มาตรา 7 ในกรณีที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นการโอนสิทธิ์ในการก่อสร้าง ยกเว้นในกรณีที่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นการแอบอ้างชื่อผู้อื่น หรือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอื่นๆ ได้แก่: (1) หน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างโดยรวม หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างในสาขาเฉพาะ ไม่ได้จัดตั้งหน่วยงานบริหารโครงการขึ้นที่สถานที่ก่อสร้าง หรือไม่ได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้รับผิดชอบด้านเทคนิค ผู้รับผิดชอบด้านคุณภาพ ผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่บริหารคนอื่นๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่บริหารได้อย่างเหมาะสม และไม่สามารถควบคุมกิจกรรมการก่อสร้างได้ ; (2) หน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างโดยรวม หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างในสาขาเฉพาะ ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการจัดการ โดยจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเฉพาะจากหน่วยงานที่ดำเนินการก่อสร้างจริงเท่านั้น ส่วนการจัดหาวัสดุก่อสร้างหลัก อุปกรณ์ต่างๆ และเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างนั้น จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นหรือบุคคลอื่นที่รับผิดชอบ ; (3) ขอบเขตการรับงานของผู้รับเหมางานแรงงาน คือ งานทั้งหมดที่หน่วยงานรับเหมาก่อสร้างโดยรวมหรือหน่วยงานรับเหมาเฉพาะทางรับไปดำเนินการ โดยผู้รับเหมางานแรงงานจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินค่างานทั้งหมด หลังจากหัก “ค่าธรรมเนียมการจัดการ” ที่ต้องจ่ายให้กับหน่วยงานรับเหมาก่อสร้างโดยรวมหรือหน่วยงานรับเหมาเฉพาะทางไปแล้ว ; (4) หน่วยงานที่รับเหมาก่อสร้างโดยรวม หรือหน่วยงานที่รับเหมางานเฉพาะด้าน ได้นำโครงการก่อสร้างทั้งหมดที่ตนเองรับผิดชอบไปมอบให้กับหน่วยงานอื่นหรือบุคคลอื่นเพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ไม่ว่าจะด้วยวิธีการร่วมมือกัน หรือการรับเหมาแบบบุคคล หรือในรูปแบบอื่นใดก็ตาม ; (๕) หน่วยงานที่เป็นผู้ว่าจ้างงานวิศวกรรมเฉพาะทางไม่ใช่ผู้รับเหมาก่อสร้างรวมหรือผู้รับเหมาเฉพาะทางของงานนั้น ยกเว้นในกรณีที่หน่วยงานก่อสร้างทำหน้าที่เป็นผู้ว่าจ้างตามสัญญา ; (หมายเหตุ: เพิ่มเติม) (6) หน่วยงานที่เป็นผู้ว่าจ้างในการแบ่งงานให้ผู้รับเหมาอื่นทำนั้น ไม่ใช่หน่วยงานที่เป็นผู้รับเหมาโดยรวมหรือผู้รับเหมาเฉพาะทางของโครงการนี้ ; (หมายเหตุ: เพิ่มเติม) (7) ในบรรดาผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้รับผิดชอบด้านเทคนิค ผู้รับผิดชอบด้านคุณภาพ และผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยที่บริษัทผู้รับเหมาส่งมาประจำอยู่ที่ไซต์ก่อสร้างนั้น มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้มีสัญญาจ้างงานกับบริษัทผู้รับเหมา หรือไม่มีความสัมพันธ์ทางด้านค่าจ้างหรือการประกันสังคมกับบริษัทผู้รับเหมาเลย ; (หมายเหตุ: เพิ่มเติม) (8) หน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างจริง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับเหมาโดยรวมหรือหน่วยงานที่รับเหมาเฉพาะด้าน ไม่มีความสัมพันธ์ในการรับ-จ่ายเงินค่าก่อสร้างกับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการ หรือหน่วยงานที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้ค่าก่อสร้างนั้นไม่ตรงกับหน่วยงานที่ระบุไว้ในสัญญาการก่อสร้าง และไม่สามารถอธิบายเหตุผลหรือนำเอกสารมายืนยันได้ ; (หมายเหตุ: เพิ่มเติม) (9) ในกรณีที่สัญญากำหนดให้ผู้รับเหมาโดยรวมหรือผู้รับเหมาเฉพาะทางเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาหรือเช่าวัสดุก่อสร้างหลัก อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเครื่องจักรก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่กลับมีหน่วยงานหรือบุคคลอื่นเป็นผู้จัดหาหรือเช่าสิ่งเหล่านั้น หรือผู้รับเหมาไม่สามารถนำเสนอเอกสารการจัดหาหรือเช่า รวมถึงใบเสร็จรับเงินได้ และไม่สามารถอธิบายเหตุผลหรือนำเสนอหลักฐานมายืนยันได้ ; (หมายเหตุ: เพิ่มเติม) (10) การโอนสิทธิ์ในการดำเนินงานอื่นๆ ตามที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนดไว้ กรณีที่หน่วยงานสองแห่งขึ้นไปร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มกิจการเพื่อรับจ้างทำงานก่อสร้าง หากในข้อตกลงการแบ่งหน้าที่ของกลุ่มกิจการ หรือในระหว่างการดำเนินโครงการจริง มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในกลุ่มกิจการไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างและไม่ได้จัดการหรือบริหารกิจกรรมการก่อสร้าง และยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการหรือค่าใช้จ่ายในลักษณะเดียวกันจากฝ่ายอื่นๆ ในกลุ่มกิจการ ให้ถือว่าฝ่ายดังกล่าวได้นำงานก่อสร้างที่ได้รับสัมปทานไป subcontract ให้แก่ฝ่ายอื่นในกลุ่มกิจการ (หมายเหตุ: เพิ่มเข้ามา) (หมายเหตุ: ข้อนี้ได้ตัดข้อ 1 และข้อ 2 ในต้นฉบับออกไป ซึ่งระบุว่า “(หนึ่ง) หน่วยงานก่อสร้างนำงานก่อสร้างทั้งหมดที่ได้รับสัญญาไปมอบให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่นดำเนินการ” ; ”“(2) หน่วยงานที่รับเหมาก่อสร้างโดยรวม หรือหน่วยงานที่รับเหมางานเฉพาะด้าน นำโครงการก่อสร้างทั้งหมดที่ตนเองรับผิดชอบมาแบ่งออกเป็นส่วนๆ จากนั้นก็มอบหมายให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่นมาดำเนินการก่อสร้างแต่ละส่วนนั้นต่อไป ; ”ข้อ 8 การแบ่งงานโดยผิดกฎหมายตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับนี้ หมายถึง การที่ผู้รับเหมาก่อสร้างฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ โดยนำงานก่อสร้างทั้งหมดหรืองานย่อยๆ ไปมอบให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่นมาดำเนินการก่อสร้างแทน (หมายเหตุ: ได้ตัดข้อความในต้นฉบับที่ว่า “หรือข้อตกลงในสัญญาก่อสร้างเกี่ยวกับการรับเหมาช่วงงานออกไป”) ข้อ 9 ในกรณีที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ถือเป็นการรับเหมาช่วงงานโดยผิดกฎหมาย: (1) หน่วยงานรับเหมาก่อสร้างนำงานที่ต้องอาศัยคุณสมบัติการรับเหมาเฉพาะทางไปให้หน่วยงานหรือบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติหรือใบอนุญาตด้านความปลอดภัยในการทำงานมาดำเนินการ ; (2) หากผู้รับเหมางานก่อสร้างโดยรวม มอบหมายงานก่อสร้างโครงสร้างหลักของโครงการที่อยู่ในขอบเขตของสัญญาให้กับบุคคลอื่น ยกเว้นงานก่อสร้างโครงสร้างเหล็ก ; (หมายเหตุ: ขอแก้ไขคำว่า “งานก่อสร้างอาคาร” ในเนื้อหาเดิม เป็น “งานที่อยู่ในขอบเขตของสัญญาจ้างก่อสร้างโดยรวม”) (3) ผู้รับเหมางานแบ่งส่วน ซึ่งเป็นผู้รับเหมางานเฉพาะทาง อาจแบ่งส่วนของงานที่ตนรับเหมาไปให้ผู้อื่นรับเหมาต่อได้อีก ; (หมายเหตุ: กรุณาแก้ไขคำว่า “หน่วยงานรับเหมาช่วงเฉพาะทาง” ในต้นฉบับเป็น “ผู้รับเหมาก่อสร้างงานเฉพาะทาง”) (๔) ผู้รับเหมาดำเนินการด้านแรงงานที่นำงานแรงงานซึ่งตนเองได้รับมอบหมายมาให้ผู้อื่นรับเหมาต่อ ; (หมายเหตุ: ได้มีการปรับเปลี่ยนคำว่า “หน่วยงานที่รับจ้างทำงาน” ในข้อความเดิม เป็น “ผู้รับเหมางานบริการ” แทน) (5) นอกจากจะได้รับค่าตอบแทนสำหรับการทำงานบริการแล้ว ผู้รับเหมางานบริการยังได้รับค่าใช้จ่ายสำหรับวัสดุก่อสร้างหลัก และค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่อีกด้วย ; (หมายเหตุ: ได้มีการปรับเปลี่ยนคำว่า “หน่วยงานที่รับจ้างทำงานแทน” ในข้อความเดิมเป็น “หน่วยงานที่รับจ้างทำงานแทน” อีกทั้งยังได้ลบคำว่า “ค่าวัสดุที่ใช้ซ้ำได้” ออกไปด้วย) (6) พฤติกรรมการแบ่งงานให้ผู้อื่นทำโดยผิดกฎหมายอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ข้อที่ 10 ความหมายของ “การรับงานในนามผู้อื่น” ตามข้อบังคับนี้ หมายถึง การที่หน่วยงานหรือบุคคลใดนำชื่อของบริษัทก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเพียงพอมาใช้ในการรับงานก่อสร้าง งานที่กล่าวถึงในวรรคก่อน หมายรวมถึงการเข้าร่วมการประมูล การทำสัญญา การดำเนินการตามขั้นตอนการก่อสร้าง และการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างด้วย ข้อ 11 ในกรณีที่มีลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้ ถือเป็นการยืมใบอนุญาต: (1) หน่วยงานหรือบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติ ยืมใบอนุญาตของหน่วยงานก่อสร้างอื่นมาใช้ในการรับงานก่อสร้าง ; (๒) หน่วยงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเหมาะสมนำคุณสมบัติของตนมาให้กันใช้เพื่อรับงานก่อสร้าง รวมถึงกรณีที่หน่วยงานที่มีระดับคุณสมบัติต่ำกว่านำคุณสมบัติของหน่วยงานที่มีระดับคุณสมบัติสูงกว่าไปใช้ หรือหน่วยงานที่มีระดับคุณสมบัติสูงกว่านำคุณสมบัติของหน่วยงานที่มีระดับคุณสมบัติต่ำกว่าไปใช้ และกรณีที่หน่วยงานที่มีระดับคุณสมบัติเท่ากันนำคุณสมบัติของกันและกันมาใช้ ; (3) ในกรณีที่อยู่ภายใต้บังคับของข้อกำหนดตามวรรคหนึ่ง ข้อ (1) ถึง (9) แห่งมาตรา 7 ของกฎหมายนี้ หากมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นการแอบอ้างชื่อผู้อื่น ; (4) การกระทำอื่นใดที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนดไว้ให้ถือเป็นการ “ผูกพัน” กัน (หมายเหตุ: ในข้อนี้ได้มีการลบข้อย่อยที่ 3, 4, 5, 6, 7 ออกไป โดยข้อย่อยเหล่านั้นระบุว่า “(สาม) หากผู้ว่าจ้างงานแบบแบ่งส่วนงานไม่ใช่ผู้รับเหมาก่อสร้างหลักหรือผู้รับเหมางานเฉพาะด้านของโครงการนั้น ยกเว้นในกรณีที่ผู้จัดสร้างโครงการทำหน้าที่เป็นผู้ว่าจ้างตามข้อตกลง”) ; ”“(๔) หน่วยที่รับจ้างแบ่งงานรับเหมาทำไม่ใช่หน่วยรับเหมาก่อสร้างหลัก หน่วยรับเหมาช่วงเฉพาะทาง หรือหน่วยรับเหมาช่วงเฉพาะทางของโครงการนั้น ; ”“(5) ในบรรดาหัวหน้าโครงการ หัวหน้าด้านเทคนิค หัวหน้าด้านการควบคุมคุณภาพ และหัวหน้าด้านความปลอดภัยที่บริษัทผู้รับเหมาส่งมาประจำอยู่ที่ไซต์ก่อสร้างนั้น มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้มีสัญญาจ้างงานกับบริษัทผู้รับเหมา หรือไม่มีความสัมพันธ์ทางด้านเงินเดือนหรือการประกันสังคมกับบริษัทผู้รับเหมาเลย ; ”“(หก) หน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างจริง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับเหมาโดยรวมหรือหน่วยงานที่รับเหมาเฉพาะด้าน ไม่มีความสัมพันธ์ในการรับ-จ่ายเงินค่าก่อสร้างกับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการ หรือหน่วยงานที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้ค่าก่อสร้างนั้นไม่ตรงกับหน่วยงานที่ระบุไว้ในสัญญาการก่อสร้าง และไม่สามารถอธิบายเหตุผลหรือนำเอกสารมายืนยันได้ ; ”“(7) ในกรณีที่สัญญากำหนดให้ผู้รับเหมาโดยรวมหรือผู้รับเหมาเฉพาะทางเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาหรือเช่าวัสดุก่อสร้างหลัก อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเครื่องจักรก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่กลับมีหน่วยงานหรือบุคคลอื่นเป็นผู้จัดหาหรือเช่าสิ่งเหล่านั้น หรือในกรณีที่ผู้รับเหมาไม่สามารถนำเสนอเอกสารการจัดหาหรือเช่า รวมถึงใบเสร็จรับเงินได้ และไม่สามารถอธิบายเหตุผลหรือนำเสนอหลักฐานมายืนยันได้ ; ”มาตรา 12 หน่วยงานหรือบุคคลใดก็ตามที่พบเห็นการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การมอบงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การโอนสิทธิ์ในการทำงาน การแบ่งงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการใช้ชื่อผู้อื่นในการทำงาน สามารถรายงานเรื่องดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลด้านการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยในระดับเขตหรือระดับจังหวัดที่โครงการนั้นตั้งอยู่ได้ (หมายเหตุ: ในข้อความเดิม คำว่า “หน่วยงานผู้ก่อสร้างและหน่วยงานผู้ควบคุมการก่อสร้าง” ได้ถูกเปลี่ยนเป็น “หน่วยงานและบุคคลใดๆ”) (หมายเหตุ: ข้อความที่ว่า “หากหน่วยงานผู้ก่อสร้างและหน่วยงานผู้ควบคุมการก่อสร้างพบว่าหน่วยงานผู้รับเหมามีพฤติกรรมผิดกฎหมาย เช่น การโอนสัญญาให้ผู้อื่น การแบ่งสัญญาอย่างผิดกฎหมาย หรือการใช้ชื่อผู้อื่นในการรับเหมา ก็ควรรายงานเรื่องนี้ต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลด้านการก่อสร้างในพื้นที่นั้นๆ โดยเร็วที่สุด”) ” “หากผู้รับเหมาโดยรวมหรือผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญพบว่าผู้รับเหมาย่อยมีการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การแบ่งงานให้ผู้อื่นทำโดยผิดกฎหมาย หรือการใช้ชื่อของผู้อื่นในการรับงาน ก็ควรรายงานเรื่องนี้ให้กับหน่วยงานที่ดูแลด้านการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยในระดับเขตหรือระดับจังหวัดที่โครงการนั้นตั้งอยู่ทราบโดยเร็ว ; หากพบว่าหน่วยงานที่เป็นผู้จัดสร้างมีการมอบหมายงานโดยผิดกฎหมาย ควรรายงานเรื่องนี้ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลด้านที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างในพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้างอยู่ ซึ่งอยู่ในระดับอำเภอขึ้นไป ทราบโดยเร็วที่สุด ” “หน่วยงานและบุคคลอื่นๆ ที่พบเห็นการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การมอบหมายงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การโอนสิทธิ์ในการรับเหมา การแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการใช้ชื่อผู้อื่นในการรับเหมา สามารถรายงานเรื่องดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยในระดับเขตหรือระดับจังหวัดขึ้นไป พร้อมทั้งนำเสนอหลักฐานหรือเบาะแสที่เกี่ยวข้องด้วย ”หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการก่อสร้างและที่อยู่อาศัย ซึ่งได้รับการร้องเรียน จะต้องรับเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา สอบสวน และดำเนินการตามกฎหมาย โดยยกเว้นในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งข้อมูลให้ผู้ร้องเรียนทราบได้ หน่วยงานดังกล่าวจะต้องแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ร้องเรียนทราบโดยเร็วที่สุด มาตรา 13 หน่วยงานประชาชนระดับอำเภอขึ้นไปที่รับผิดชอบโดยตรงในการพิจารณาและดำเนินการกับการกระทำผิดเกี่ยวกับการประมูลและการรับจ้างงานก่อสร้างในเขตปกครองของตน หากในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ได้รับเบาะแสหรือหลักฐานของคดีที่เกี่ยวข้องจากศาล คณะอนุญาโตตุลาการ หน่วยงานตรวจสอบ หรือหน่วยงานอื่นๆ จะต้องรับไว้พิจารณาตามกฎหมาย ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามข้อเท็จจริงที่สามารถระบุได้หรือได้ระบุแล้ว พร้อมทั้งแจ้งผลการดำเนินการให้แก่หน่วยงานที่ส่งต่อหรือโอนคดีมาให้ทราบ (เพิ่มเติม) มาตรา 14 หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดสรรที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างในระดับอำเภอขึ้นไป มีหน้าที่สอบสวนตามกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ เช่น การมอบงานโดยไม่ถูกต้อง การรับช่วงงานต่อ การแบ่งงานกันทำโดยไม่ถูกต้อง และการใช้ชื่อผู้อื่นเพื่อประกอบธุรกิจ ซึ่งพบเห็นในการปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลตลาดก่อสร้างและสถานที่ก่อสร้าง โดยต้องดำเนินการพิจารณาตามวิธีการในระเบียบนี้ และลงโทษทางปกครองตามกฎหมาย (1) ในกรณีที่หน่วยงานผู้จัดสร้างมอบงานให้กับบริษัทก่อสร้างที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะต้องถูกลงโทษตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติการก่อสร้าง และมาตรา 54 แห่งข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง หากหน่วยงานที่เป็นผู้สร้างโครงการแบ่งงานออกไปให้ผู้อื่นดำเนินการ จะต้องถูกลงโทษตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการก่อสร้าง และมาตรา 55 แห่งข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพของงานก่อสร้าง (หมายเหตุ: ตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติการก่อสร้าง หากผู้ว่าจ้างมอบงานให้กับผู้รับเหมาที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด หรือมอบงานก่อสร้างออกเป็นส่วนๆ โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดของพระราชบัญญัตินี้ จะต้องถูกสั่งให้แก้ไข และปรับเงินด้วย) หากรับงานที่เกินขอบเขตความสามารถของหน่วยงานตนเอง ให้สั่งให้หยุดการกระทำผิด และปรับเงิน นอกจากนี้ยังสามารถสั่งให้หยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุง หรือลดระดับความสามารถของหน่วยงานนั้นได้อีกด้วย ; หากมีความร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต ; หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ให้ยึดทรัพย์สินนั้นไว้ ผู้ที่รับงานก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาต จะถูกสั่งให้หยุดดำเนินกิจกรรม และถูกปรับเงินด้วย ; หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ให้ยึดทรัพย์สินนั้นไว้ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตโดยวิธีการหลอกลวง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต และถูกปรับเงิน ; หากเป็นความผิดทางอาญา จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มาตรา 54 และมาตรา 55 แห่ง “ระเบียบว่าด้วยการจัดการคุณภาพงานก่อสร้าง”
มาตรา 54 หากหน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างฝ่าฝืนบทบัญญัติในระเบียบนี้ โดยการมอบหมายงานก่อสร้างให้แก่หน่วยงานสำรวจ ออกแบบ หรือก่อสร้างที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือมอบหมายงานให้แก่บริษัทที่ปรึกษาด้านการก่อสร้างที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องได้รับคำสั่งให้แก้ไข และจะต้องปรับเป็นเงินตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไปจนถึง 1,000,000 บาท มาตรา 55 ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดของข้อบังคับนี้ โดยแบ่งงานก่อสร้างออกเป็นส่วนๆ เพื่อมอบให้ผู้อื่นดำเนินการ ให้สั่งให้แก้ไข และปรับเป็นเงินจำนวนร้อยละ 0.5 ถึงร้อยละ 1 ของมูลค่าสัญญาก่อสร้าง ; สำหรับโครงการที่ใช้เงินของรัฐทั้งหมดหรือบางส่วน ก็สามารถระงับการดำเนินโครงการ หรือระงับการจ่ายเงินสนับสนุนได้เช่นกัน ) (๒) สำหรับหน่วยงานก่อสร้างที่ถูกระบุว่ามีพฤติกรรมการรับเหมาต่อ หรืองานจ้างแบ่งส่วนโดยผิดกฎหมาย ให้ดำเนินการลงโทษตามมาตรา ๖๗ แห่ง “พระราชบัญญัติการก่อสร้าง” และมาตรา ๖๒ แห่ง “ระเบียบว่าด้วยการจัดการคุณภาพงานก่อสร้าง” ตามมาตรา 67 แห่ง “พระราชบัญญัติว่าด้วยการก่อสร้าง” และมาตรา 62 แห่ง “ข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง” ระบุไว้ว่า หากผู้รับเหมาโอนงานที่ได้รับมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทน หรือกระทำการแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อยโดยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายนี้ ให้มีคำสั่งให้แก้ไข ยึดเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด และเรียกเก็บค่าปรับ นอกจากนี้ยังอาจมีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุง หรือลดระดับความสามารถในการรับเหมาลงด้วย ; หากมีความร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หากผู้รับเหมามีการกระทำผิดตามที่กำหนดไว้ในข้อก่อนหน้านี้ ผู้รับเหมาจะต้องร่วมรับผิดชอบในการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่งานที่โอนให้ผู้อื่นทำหรือการแบ่งงานออกไปโดยผิดกฎหมายนั้นไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่กำหนดไว้ ร่วมกับผู้ที่รับงานนั้นไปทำต่อ มาตรา 62 ผู้รับเหมาที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดของระเบียบนี้ โดยการโอนสัญญาการก่อสร้างให้ผู้อื่น หรือแบ่งสัญญาการก่อสร้างออกไปอย่างผิดกฎหมาย ให้สั่งให้แก้ไข และยึดเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดนั้นไว้ ส่วนหน่วยงานที่ทำหน้าที่สำรวจและออกแบบ ให้ปรับเป็นเงินจำนวน 25% ถึง 50% ของค่าใช้จ่ายในการสำรวจและออกแบบตามที่ระบุไว้ในสัญญา ; ปรับผู้รับเหมาในอัตราไม่น้อยกว่า 0.5% แต่ไม่เกิน 1% ของมูลค่าสัญญาก่อสร้าง ; สามารถสั่งให้หยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุงได้ และลดระดับคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ; หากมีความร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หากหน่วยงานควบคุมดูแลการก่อสร้างโอนกิจการควบคุมดูแลการก่อสร้างให้ผู้อื่น ให้สั่งให้แก้ไข ยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด และปรับเป็นเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 แต่ไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าตอบแทนการควบคุมดูแลตามที่ระบุไว้ในสัญญา ; สามารถสั่งให้หยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุงได้ และลดระดับคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ; หากมีความร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต (3) สำหรับหน่วยงานหรือบุคคลที่ถูกตรวจพบว่ามีการแอบอ้างชื่อผู้อื่นในการดำเนินงานก่อสร้าง จะมีการลงโทษตามมาตรา 65 แห่ง “พระราชบัญญัติว่าด้วยการก่อสร้าง” และมาตรา 60 แห่ง “ข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง” (หมายเหตุ: ตามมาตรา 60 แห่ง “ข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง” ระบุไว้ว่า ในกรณีที่หน่วยงานที่ทำหน้าที่สำรวจ ออกแบบ ก่อสร้าง หรือกำกับดูแลงานก่อสร้าง ฝ่าฝืนข้อบังคับนี้ โดยรับงานก่อสร้างที่เกินขอบเขตความสามารถของหน่วยงานนั้น ให้สั่งให้หยุดการกระทำผิดนั้น และปรับหน่วยงานดังกล่าวในอัตราไม่น้อยกว่า 1 เท่า แต่ไม่เกิน 2 เท่าของค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ในสัญญา) ; ปรับบริษัทผู้รับเหมาเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 แต่ไม่เกินร้อยละ 4 ของมูลค่าสัญญาก่อสร้าง สามารถสั่งให้หยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุง และลดระดับคุณสมบัติได้ ; หากมีความร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต ; หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ให้ยึดทรัพย์สินนั้นไว้ ผู้ที่รับงานก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาต จะถูกสั่งให้หยุดดำเนินกิจกรรมดังกล่าว และจะถูกปรับตามข้อกำหนดในวรรคก่อน ; หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ให้ยึดทรัพย์สินนั้นไว้ ผู้ที่ใช้วิธีการหลอกลวงเพื่อให้ได้มาซึ่งใบรับรองคุณสมบัติแล้วรับงานก่อสร้าง ให้เพิกถอนใบรับรองคุณสมบัติ และปรับตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งของมาตรานี้ ; หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ให้ยึดทรัพย์สินนั้นไว้ (4) สำหรับหน่วยงานก่อสร้างที่ถูกตรวจพบว่ามีการโอนหรือให้ยืมใบอนุญาต หรืออนุญาตให้ผู้อื่นดำเนินการก่อสร้างในนามของหน่วยงานนั้น จะต้องได้รับการลงโทษตามมาตรา 66 แห่ง “พระราชบัญญัติการก่อสร้าง” และมาตรา 61 แห่ง “ข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง” (หมายเหตุ: ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติการก่อสร้าง หากบริษัทที่ประกอบกิจการด้านการก่อสร้างนำใบอนุญาตมาให้ผู้อื่นใช้ หรือให้ผู้อื่นรับงานก่อสร้างในนามของบริษัท จะต้องถูกสั่งให้แก้ไข ยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด และถูกปรับเงิน นอกจากนี้ยังอาจถูกสั่งให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราว หรือลดระดับใบอนุญาตลงด้วย) ; หากมีความร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต บริษัทก่อสร้างและหน่วยงานหรือบุคคลที่ใช้ชื่อของบริษัทดังกล่าว ต้องร่วมกันรับผิดชอบในการชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากการที่งานก่อสร้างดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่กำหนดไว้ มาตรา 61 แห่ง “ข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง” ผู้ที่ฝ่าฝืนข้อบังคับนี้ โดยให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่สำรวจ ออกแบบ ก่อสร้าง หรือกำกับดูแลงานก่อสร้าง อนุญาตให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่นเข้ามารับงานในนามของหน่วยงานตนเอง ให้มีคำสั่งให้แก้ไข และยึดเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดนั้นไว้ ส่วนหน่วยงานที่ทำหน้าที่สำรวจ ออกแบบ และกำกับดูแลงานก่อสร้าง ให้ปรับเป็นจำนวนเงินที่เท่ากับหรือมากกว่า 1 เท่า แต่ไม่เกิน 2 เท่าของค่าธรรมเนียมการสำรวจ ค่าธรรมเนียมการออกแบบ และค่าธรรมเนียมการกำกับดูแลงานก่อสร้างที่ระบุไว้ในสัญญา ; ปรับผู้รับจ้างก่อสร้างในอัตราร้อยละ 2 ถึงร้อยละ 4 ของมูลค่าสัญญาก่อสร้าง ; สามารถสั่งให้หยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุงได้ และลดระดับคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ; หากมีความร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต ) (๕) ในกรณีที่มีการลงโทษปรับหน่วยงานต่อหน่วยงานก่อสร้างและหน่วยงานผู้รับเหมา ให้ดำเนินการลงโทษผู้รับผิดชอบโดยตรงของหน่วยงานและบุคคลอื่นที่มีความรับผิดชอบโดยตรง ตามมาตรา ๗๓ แห่ง “ระเบียบว่าด้วยการจัดการคุณภาพงานก่อสร้าง” (หมายเหตุ: มาตรา 73 แห่ง “ระเบียบว่าด้วยการจัดการคุณภาพงานก่อสร้าง” ระบุไว้ว่า ในกรณีที่มีการลงโทษปรับหน่วยงานตามที่กำหนดในระเบียบนี้ ให้มีการลงโทษปรับผู้รับผิดชอบโดยตรงและผู้บริหารอื่นๆ ของหน่วยงานนั้นในอัตราร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 10 ของจำนวนเงินค่าปรับที่กำหนดให้กับหน่วยงาน) (6) ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับการจดทะเบียนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ จะมีการลงโทษตามมาตรา 58 แห่ง “พระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยในการก่อสร้าง” ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับการจดทะเบียนฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุด้านคุณภาพ จะต้องถูกลงโทษตามมาตรา 72 แห่ง “ข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง” (หมายเหตุ: ตามมาตรา 58 แห่ง “พระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยในการก่อสร้าง” ระบุไว้ว่า หากผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับการก่อสร้าง ให้สั่งให้หยุดประกอบวิชาชีพเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี) ; หากมีความผิดร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่สามารถขอรับใบอนุญาตได้อีกเป็นเวลา 5 ปี ; หากก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง จะไม่ได้รับการอนุญาตให้จดทะเบียนตลอดชีวิต ; หากเป็นความผิดทางอาญา ก็จะถูกดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง มาตรา 72 แห่ง “ข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง” กำหนดไว้ว่า ในกรณีที่วิศวกรก่อสร้างที่ได้รับใบอนุญาต วิศวกรโครงสร้างที่ได้รับใบอนุญาต หรือวิศวกรผู้ควบคุมงานที่ได้รับใบอนุญาต ฝ่าฝืนข้อบังคับนี้ และเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุด้านคุณภาพ จะต้องถูกสั่งให้หยุดประกอบวิชาชีพเป็นเวลา 1 ปี ; หากก่อให้เกิดอุบัติเหตุด้านคุณภาพอย่างร้ายแรง จะเพิกถอนใบรับรองความสามารถในการประกอบวิชาชีพ และไม่อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นเวลา 5 ปี ; กรณีที่มีพฤติการณ์ร้ายแรงเป็นพิเศษ จะไม่อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตลอดชีวิต ข้อ 15 หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยในระดับอำเภอขึ้นไป มีอำนาจดำเนินการทางปกครองต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น การให้งานก่อสร้างโดยไม่ถูกต้อง การโอนสิทธิ์ในการก่อสร้าง การแบ่งงานก่อสร้างโดยไม่ถูกต้อง หรือการใช้ชื่อผู้อื่นเป็นตัวแทน เป็นต้น นอกจากจะต้องลงโทษทางปกครองตามที่กำหนดไว้ในข้อ 14 แล้ว ยังสามารถดำเนินมาตรการบริหารจัดการดังต่อไปนี้ได้: (1) หากหน่วยงานผู้รับเหมาก่อสร้างฝ่าฝืนกฎหมายโดยการให้งานก่อสร้างโดยไม่ถูกต้อง และไม่ยอมแก้ไขหรือแก้ไขแล้วก็ยังไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ก็ให้งดการออกเอกสารต่างๆ เช่น ใบอนุญาตควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง หรือใบอนุญาตก่อสร้างตามกฎหมาย สำหรับโครงการที่ใช้เงินของรัฐทั้งหมดหรือบางส่วน ให้แจ้งการกระทำของหน่วยงานก่อสร้างที่ว่าจ้างงานโดยผิดกฎหมายไปยังหน่วยงานระดับบนและหน่วยงานตรวจสอบวินัยด้วย พร้อมทั้งเสนอให้มีการลงโทษทางวินัยที่เหมาะสมต่อผู้รับผิดชอบโดยตรงและเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานก่อสร้างนั้น (๒) สำหรับหน่วยงานก่อสร้างที่ถูกระบุว่ามีพฤติกรรมผิดกฎหมาย เช่น การโอนสิทธิ์การก่อสร้าง การแบ่งงานให้ผู้อื่นทำโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย การให้ผู้อื่นใช้ชื่อองค์กรในการรับงานก่อสร้าง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้ผู้อื่นสามารถรับงานก่อสร้างในนามของหน่วยงานนั้นได้ ให้จำกัดสิทธิ์ของหน่วยงานดังกล่าวตามกฎหมาย โดยห้ามไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมการประมูลหรือการเสนอราคาในพื้นที่ที่เกิดการกระทำผิดเป็นเวลา 3 เดือน และห้ามไม่ให้รับงานก่อสร้างใหม่ นอกจากนี้ ให้มีการตรวจสอบว่าคุณสมบัติของบริษัทนั้นเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ให้มีการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หากยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์อยู่ดี หน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติคุณสมบัติจะต้องเพิกถอนใบรับรองคุณสมบัติของบริษัทนั้น สำหรับหน่วยงานก่อสร้างที่ภายในระยะเวลา 2 ปี มีการโอนสิทธิ์การก่อสร้าง การแบ่งงานก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย การให้ผู้อื่นใช้ชื่อแทน การโอนหรือให้ยืมใบรับรองคุณสมบัติ หรือกระทำการอื่นใดเพื่อให้บุคคลอื่นสามารถรับงานก่อสร้างในนามของหน่วยงานตนได้ จะต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติการและปรับปรุงตัวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ห้ามรับงานก่อสร้างใหม่ สำหรับหน่วยงานก่อสร้างที่ภายในระยะเวลา 2 ปี มีการโอนสิทธิ์การก่อสร้าง การแบ่งงานก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย การให้ผู้อื่นใช้ชื่อแทน การโอนหรือให้ยืมใบรับรองคุณสมบัติ หรือกระทำการอื่นใดเพื่อให้ผู้อื่นสามารถรับงานก่อสร้างในนามของตนได้มากกว่า 3 ครั้ง หน่วยงานอนุมัติคุณสมบัติจะลดระดับคุณสมบัติของหน่วยงานดังกล่าว (3) ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนงานในโครงการต่างๆ โดยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการของผู้รับเหมา ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของบุคคลดังกล่าว และห้ามไม่ให้เข้ารับการจดทะเบียนเป็นเวลา 5 ปี พร้อมทั้งห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการของผู้รับเหมาอีกด้วย. บุคคลที่ถูกตรวจพบว่ามีพฤติกรรมการแอบอ้างชื่อผู้อื่น จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการของหน่วยงานก่อสร้างนั้นได้อีกต่อไป ; ผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว และจะไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพอีกเป็นเวลา 5 ปี ; หากก่อให้เกิดอุบัติเหตุด้านคุณภาพที่ร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่สามารถขอรับใบอนุญาตได้อีกตลอดชีวิต มาตรา 16 หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยในระดับเขตหรือระดับสูงกว่านั้น ควรบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดต่างๆ เช่น การมอบหมายงานโดยผิดกฎหมาย การโอนสิทธิ์ในการก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย การแบ่งงานโดยผิดกฎหมาย และการใช้ชื่อผู้อื่นในการดำเนินการก่อสร้าง รวมถึงผลการลงโทษต่างๆ ไว้ในไฟล์ประวัติความน่าเชื่อถือของหน่วยงานหรือบุคคลนั้นๆ นอกจากนี้ยังต้องเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชน และรายงานข้อมูลไปยังกระทรวงการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยในแต่ละระดับ จากนั้นจึงนำข้อมูลไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มสำหรับการกำกับดูแลตลาดก่อสร้างและการเผยแพร่ข้อมูลด้านความน่าเชื่อถือในระดับประเทศด้วย มาตรา 17 งานก่อสร้างที่ไม่ใช่อาคารและโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการบริหารเมือง ให้ดำเนินการตามวิธีการนี้เช่นกัน หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองในระดับจังหวัด สามารถกำหนดข้อบังคับปฏิบัติที่เหมาะสมได้ โดยอาศัยสภาพพื้นที่จริงในแต่ละพื้นที่ และอ้างอิงตามแนวทางนี้ มาตรา 18 หน่วยงานที่มีหน้าที่อธิบายข้อกำหนดในข้อบังคับนี้คือ กระทรวงที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาเมือง มาตรา 19 ข้อบังคับนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่... เดือน... ปี... เป็นต้นไป. “หลักเกณฑ์การระบุ การสอบสวน และการดำเนินการต่อพฤติกรรมผิดกฎหมาย เช่น การโอนงานก่อสร้างให้บุคคลอื่น ที่กระทรวงที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองได้ออกมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2014” ก็ถูกยกเลิกไปพร้อมกันด้วย แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกระทรวงที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองและชนบท
Reply #32016-12-08
เงื่อนไขนั้นกำหนดไว้อย่างละเอียดดี แต่การปฏิบัติตามนั้นไม่เข้มแข็งพอ
Reply #42016-12-08
ใช่ครับ หากดำเนินการอย่างเข้มงวดจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องออกข้อบังคับใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกเลย
Reply #52016-12-08
ที่จริงแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ใช่ข้อกำหนดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เป็นการบังคับใช้ข้อกำหนดเหล่านั้นในทางปฏิบัติอย่างไร ปัจจุบันมีคนบางกลุ่มที่พยายามหาช่องโหว่ในกฎหมายเพื่อหาผลประโยชน์ ผมคิดว่าควรมีการควบคุมคนเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานบางแห่งที่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีตำแหน่งผู้กำกับดูแลนั้นเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในทางปฏิบัติ หลายครั้งกลับกลายเป็นผู้ช่วยให้ผู้รับเหมาทำผิดกฎหมาย และขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพ ผมคิดว่าควรมีการลงโทษผู้กำกับดูแลและผู้รับเหมาหลักให้หนักขึ้น และควรมีการรับผิดชอบตลอดชีวิตสำหรับโครงการเหล่านี้ด้วย

Submit a Project

**Looking for Chemical Technology, Equipment & Solutions?** No Registration Required Broader Platform Exposure | Global Chemical Service Provider Connections

Submit Request — Free Consultation

Disclaimer

This is an automated machine translation of the original thread. Some technical terms may have inaccuracies; the original text shall prevail. Click "View Original" at the top right to access the source page, which supports IP-based automatic real-time language translation. Please watch out for contact details and sales inducements to prevent fraud. All content and translations are for reference only, representing solely the poster's personal views. For enquiries, email service@hcbbs.com.