HCBBS Forum (ไทย)
Submit Chemical Projects / Find Solutions
Amplify Your Requirements on a Broader Chemical Platform *Engineering · Technology · Equipment · Solutions*
Submit Request

แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ “เทคโนโลยี อุปกรณ์ และการนำไปใช้ในการบำบัดกากฟอสเฟต”

2016-12-12View Original

Thread Content

20161212 การแลกเปลี่ยนและอภิปราย: 1. สถานการณ์และเทคโนโลยีการนำไปใช้ของกากฟอสเฟตในประเทศและต่างประเทศ 2. เทคโนโลยีและอุปกรณ์สำหรับการจัดการมลพิษจากกากฟอสเฟต; 3. การกำจัดสารปรอทในหินฟอสเฟต ด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ; 4. โครงการและผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีการนำปูนฟอสเฟตมาใช้ประโยชน์ ; 5. ปัญหาด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวของแกลบฟอสเฟตและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแกลบฟอสเฟต ;
Reply #22016-12-12
สถานการณ์การนำปูนฟอสเฟตมาใช้ประโยชน์ในประเทศของเรา ตามการพัฒนาอุตสาหกรรมปุ๋ยฟอสเฟตในจีนอย่างรวดเร็ว ปริมาณของปูนฟอสเฟตที่เกิดขึ้นเป็นผลพลอยได้ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ปูนฟอสเฟตจึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่อุตสาหกรรมปุ๋ยฟอสเฟตต้องรับมือ และยังเป็นหน้าที่สำคัญที่หน่วยงานรัฐบาล สถาบันวิจัย และบริษัทที่เกี่ยวข้องต้องแก้ไขโดยเร่งด่วนด้วย ปูนฟอสเฟตคือของเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิตปุ๋ยฟอสเฟตและกรดฟอสฟอริก โดยในการผลิตกรดฟอสฟอริก 1 ตัน จะมีปูนฟอสเฟตเกิดขึ้นประมาณ 4.5–5 ตัน ส่วนประกอบหลักของฟอสเฟตไจแทไทต์คือแคลเซียมซัลเฟต (CaSO4˙2H2O) นอกจากนี้ยังมีสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ในปริมาณน้อย เช่น แร่ฟอสเฟตที่ยังไม่ย่อยสลายหมด ฟลูออไรด์ ฟอสเฟต สารอินทรีย์ สารที่ไม่ละลายในกรด และสารประกอบของเหล็กกับอลูมิเนียม เป็นต้น เนื่องจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมปุ๋ยฟอสเฟตความเข้มข้นสูงและอุตสาหกรรมฟอสเฟตในประเทศของเรา ปริมาณก้อนหินฟอสเฟตที่เกิดขึ้นเป็นผลพลอยได้จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวด ปัจจุบัน ปริมาณการปล่อยกากฟอสเฟตในประเทศของเราอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านตันต่อปี และเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีในการนำกากฟอสเฟตมาใช้ประโยชน์ ทำให้มีปริมาณกากฟอสเฟตที่สะสมอยู่มากกว่า 200 ล้านตัน ในประเทศไทย ยังไม่มีวิธีการจัดการกับแร่ฟอสเฟตหินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่วนใหญ่แล้วจะถูกทิ้งไว้เฉยๆ ซึ่งไม่เพียงแต่จะกินพื้นที่ไปเปล่าๆ แต่ยังเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรอีกด้วย นอกจากนี้ สารที่มีความเป็นกรดและสารอันตรายอื่นๆ ที่อยู่ในแร่ฟอสเฟตหินก็อาจก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหาวิธีจัดการกับแร่ฟอสเฟตหินอย่างจริงจัง มิฉะนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อความสมดุลของมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศ และยังส่งผลเสียอย่างมากต่อการดำรงอยู่และการพัฒนาของธุรกิจต่างๆ อีกด้วย การจัดการของเสียจากฟอสเฟตให้ปลอดภัย ได้กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อการผลิตของบริษัทที่ผลิตปุ๋ยฟอสเฟต ดังนั้น การใช้ประโยชน์จากฟอสเฟตอย่างครบวงจรจึงถือเป็นกุญแจสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมปุ๋ยฟอสเฟตให้ยั่งยืนได้ บทความนี้ได้อธิบายถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการนำฟอสเฟตกาวมาใช้ประโยชน์อย่างครบวงจร รวมถึงแนวทางการนำฟอสเฟตกาวมาใช้เป็นทรัพยากร พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางบางประการสำหรับการนำฟอสเฟตกาวมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ สถานการณ์การใช้ประโยชน์จากแกรไฟต์ฟอสเฟตในประเทศของเรา จากข้อมูลที่มีอยู่ พบว่าปัจจุบันปริมาณแกรไฟต์ฟอสเฟตที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในประเทศของเราอยู่ที่ประมาณ 10,000 ตันต่อปี ซึ่งน้อยกว่าปริมาณแกรไฟต์ที่ถูกนำมาใช้ในการกำจัดกำมะถัน โดยในจำนวนนี้ มีการผลิตปูนขาวสำหรับใช้ในงานก่อสร้างประมาณ 2,800 พันตันต่อปี ผลิตสารชะลอการแข็งตัวของซีเมนต์ประมาณ 2,500 พันตันต่อปี ผลิตบล็อกปูนขาวและอิฐปูนขาวประมาณ 1,600 พันตันต่อปี นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้เป็นวัสดุสำหรับการเติมเต็มรอยแตกประมาณ 1,500 พันตันต่อปี และนำไปใช้เป็นสารปรับปรุงดินอีกประมาณ 1,500 พันตันต่อปี ส่วนที่เหลือนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางเคมี เช่น กรดซัลฟิวริกและสารประเภทกรดซัลฟิวริกอื่นๆ ประมาณ 100 พันตันต่อปี ปัญหาหลักในการใช้ประโยชน์จากแร่ฟอสเฟตไกลซีนในประเทศของเราในปัจจุบันมีดังนี้ (1) ปูนฟอสเฟตมีสิ่งปนเปื้อนมาก ทำให้มีต้นทุนการใช้งานสูง ปูนฟอสเฟตมีสารที่มีความเป็นกรด เช่น ฟอสเฟอริกแอซิดและซัลฟิวริกแอซิด ซึ่งทำให้ค่า pH ของมันต่ำ และส่งผลให้เกิดการกัดกร่อนของอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตได้ง่าย ในขณะเดียวกัน ฟอสเฟตและฟลูออไรด์ที่มีอยู่ในฟอสเฟตปูนก็ส่งผลเสียต่อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปต่อไปด้วย ดังนั้น แร่ฟอสเฟตจึงจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำความสะอาดและกำจัดสิ่งปนเปื้อนก่อน จึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในขั้นตอนต่อไปได้ ในกระบวนการนำฟอสเฟตไกลซีนมาใช้ จะเกิดมลพิษรองขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ด้านสิ่งแวดล้อมมาช่วย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้มีต้นทุนการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่สูง (2) การพัฒนาในแต่ละภูมิภาคไม่สมดุลกัน ทำให้การใช้ประโยชน์จากก้อนฟอสเฟตอย่างครบวงจรอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน เนื่องจากผลกระทบจากการกระจายตัวของทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ รวมถึงระยะทางในการขนส่ง ทำให้สถานการณ์การเกิด การกองสะสม และการนำไปใช้ประโยชน์จากหินฟอสเฟตในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันอย่างมาก การปล่อยกากฟอสเฟตและการกองทิ้งกากฟอสเฟตนั้น เกิดขึ้นหลักๆ ในพื้นที่ที่มีการผลิตปุ๋ยฟอสเฟต เช่น ยูนนาน กุ้ยโจว สี่ฉาน หูเป่ย และอานฮุย ส่วนการบริโภคกากฟอสเฟตนั้น มักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการผลิตปูนซีเมนต์และกากปูนจำนวนมาก เช่น พื้นที่ทางตะวันออกของประเทศที่มีเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว เนื่องจากผลกระทบจากรัศมีการขนส่ง ทำให้ในพื้นที่ที่มีการใช้ปูนขาวในปริมาณมาก กลับมีความต้องการมากกว่าอุปทาน ในขณะที่ในพื้นที่ที่มีการปล่อยก๊าซออกมามาก ก็จำเป็นต้องกองก้อนปูนขาวไว้ในปริมาณมากเช่นกัน (3) ระบบมาตรฐานยังไม่สมบูรณ์。 ในด้านหนึ่ง ยังขาดมาตรฐานสำหรับการผลิตปูนฟอสเฟตที่ใช้ในวัสดุก่อสร้างประเภทต่างๆ ซึ่งส่งผลเสียต่อการนำปูนฟอสเฟตไปใช้ในวงการวัสดุก่อสร้างต่างๆ ในทางกลับกัน ยังขาดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการใช้ประโยชน์จากแร่ฟอสเฟตอย่างครบวงจร จึงต้องอาศัยมาตรฐานอื่นๆ มาเป็นแนวทางแทน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้รับการยอมรับในตลาด และทำให้ยากที่จะนำแร่ฟอสเฟตมาใช้ประโยชน์ในระดับใหญ่ได้ (4) ประเทศของเรามีปริมาณหินปูนธรรมชาติมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการนำหินปูนจากกระบวนการผลิตฟอสเฟตมาใช้ประโยชน์ ในปี 2010 ปริมาณการผลิตหินปูนธรรมชาติของจีนอยู่ที่ 45,000 พันตัน โดยส่วนใหญ่มีการผลิตในพื้นที่เช่น ชานตง หูหนาน หูเป่ย จี่หนาน และอานฮุย การขุดและใช้ปูนขาวจากแหล่งธรรมชาติในปริมาณมาก ไม่เพียงแต่จะทำลายสิ่งแวดล้อมธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังแย่งชิงตลาดปูนขาวที่เกิดขึ้นจากกระบวนการอุตสาหกรรมอีกด้วย เมื่อเทียบกับอัตราการใช้ประโยชน์จากปูนขาวที่เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศของเรายังมีความกดดันในการนำปูนขาวจากอุตสาหกรรมฟอสเฟตมาใช้ประโยชน์อยู่มาก (เช่น ในสหรัฐอเมริกามีอัตราการใช้ถึง 35% ส่วนญี่ปุ่นนั้นมีอัตราการใช้เกือบ 100%) 3 การนำปูนฟอสเฟตมาใช้ประโยชน์ 3.1 การใช้ปูนฟอสเฟตเป็นสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ ในปัจจุบัน สารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ในประเทศจีนนั้น ส่วนใหญ่ทำมาจากปูนหินธรรมชาติและปูนหินที่ได้จากการกำจัดกำมะถัน เมื่อปริมาณการผลิตซีเมนต์เพิ่มขึ้น ความต้องการสารชะลอการแข็งตัวของซีเมนต์ในประเทศก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ต้นทุนในการขุดเจาะแร่ยิปซัมธรรมชาติในประเทศของเราที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปริมาณแร่ยิปซัมคุณภาพดีที่ลดลง ก็ยิ่งสร้างโอกาสให้สามารถนำยิปซัมที่ได้จากกระบวนการผลิตฟอสเฟตมาใช้เป็นสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต ในปัจจุบัน ปริมาณฟอสเฟตกาวที่ถูกนำมาใช้เป็นสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ในประเทศมีประมาณ 6 ล้านตันต่อปี ในขณะที่ความต้องการสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ในประเทศจีนในปี 2012 อยู่ที่ประมาณ 90 ล้านตัน ดังนั้น แม้ว่าจะนำฟอสเฟตกาวมาใช้เป็นสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์อย่างเต็มที่ ก็ยังคงเป็นเพียงประมาณ 7.4% ของความต้องการโดยรวมเท่านั้น เห็นได้ว่า ฟอสเฟตกาบหินมีศักยภาพในการเป็นสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์อย่างมาก ปัจจุบัน ขนาดกำลังการผลิตสารชะลอการแข็งตัวของซีเมนต์ที่ทำจากแร่ฟอสเฟตในประเทศไทย สำหรับโรงงานแต่ละแห่งนั้น มีขนาดสูงสุดอยู่ที่ 800 กิโลตันต่อปี ปัญหาใหญ่ที่สุดของการใช้แร่ฟอสเฟตในฐานะสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ ก็คือสิ่งปนเปื้อนที่มีอยู่ในแร่ฟอสเฟต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเวลาการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ ทำให้ความแข็งแรงของปูนซีเมนต์ลดลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากแร่ฟอสเฟตให้เหมาะสม โดยสิ่งสำคัญคือการกำจัดธาตุฟอสฟอรัส ฟลูออรีน และสารที่มีความเป็นกรดอื่นๆ ออกไป กระบวนการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการทำความสะอาดและกำจัดสิ่งปนเปื้อนในปัจจุบัน ได้แก่ การล้างด้วยน้ำ การทำปฏิกิริยาเพื่อกำจัดสารปนเปื้อน การทำให้แห้ง และ ในอนาคตจำเป็นต้องพยายามปรับปรุงคุณภาพของแกลบฟอสเฟต และลดต้นทุนการผลิตแกลบฟอสเฟตที่ใช้เป็นสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ เพื่อเร่งให้เกิดการนำแกลบฟอสเฟตมาใช้แทนแกลบธรรมชาติและแกลบจากการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ในฐานะสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ได้เร็วขึ้น 3.2 การใช้ฟอสเฟตกาวในการผลิตบล็อกปูนกาวและอิฐกาว เช่นเดียวกับกาวปูนธรรมชาติที่มีน้ำอยู่ 2 โมเลกุล และกาวปูนที่ได้จากการกำจัดกำมะถัน ฟอสเฟตกาวมีส่วนประกอบหลักคือ CaSO4˙2H2O เช่นกัน การนำปูนฟอสเฟตมาใช้ทำวัสดุก่อสร้าง เช่น บล็อกปูนฟอสเฟตและอิฐปูนฟอสเฟตนั้น ในแง่ของเทคโนโลยีแล้วไม่มีปัญหาใดๆ อีกทั้งคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ความสามารถในการรับน้ำหนัก และความสามารถในการระบายอากาศของวัสดุเหล่านี้ก็ดีกว่าอิฐดินเหนียวและอิฐซีเมนต์แบบดั้งเดิมอีกด้วย ในปัจจุบัน กำลังการผลิตบล็อกปูนซีเมนต์ที่ทำจากสารฟอสเฟตในประเทศมีอยู่ประมาณ 5.0×106 ตารางเมตรต่อปี โดยโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูงสุดคือบริษัท เหอเฟย์ จินหลง นิวไทป์ อีโค-ฟレンดลี่ บิลดิ้ง แมทีเรียลส์ จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1.5×106 ตารางเมตรต่อปี ; กำลังการผลิตอิฐปูนจากแร่ฟอสเฟตโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 2.0×10^9 ก้อน/ปี โดยโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูงสุดคือบริษัท กุ้ยโจว ไคหลิน (กรุ๊ป) จำกัด นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องพัฒนาระบบมาตรฐานสำหรับการใช้ประโยชน์จากแร่ฟอสเฟตที่เกิดขึ้นจากกระบวนการอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเร่งการจัดทำและปรับปรุงมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์และการนำแร่ฟอสเฟตมาใช้ประโยชน์ด้วย (4) ในอนาคตควรส่งเสริมการนำฟอสเฟตไกลซีนมาใช้เป็นสารชะลอการแข็งตัวของปูนซีเมนต์ รวมถึงนำมาใช้ในการผลิตวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ๆ เช่น แผ่นยิปซั่ม บล็อกยิปซั่ม และปูนยิปซั่มต่างๆ ให้มีการส่งเสริมอย่างเต็มที่ต่อโครงการที่ใช้แร่ฟอสเฟตเป็นวัตถุดิบ โดยเฉพาะโครงการผลิตแผ่นปูนขาวที่มีกำลังการผลิตต่อเส้นทางการผลิต 3.0×107 ตารางเมตร/ปีขึ้นไป โครงการก่อสร้างหรือปรับปรุงโรงงานผลิตบล็อกปูนขาวที่มีกำลังการผลิตต่อเส้นทางการผลิต 3.0×105 ตารางเมตร/ปีขึ้นไป โครงการก่อสร้างหรือปรับปรุงโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างจากปูนขาว เช่น ปูนขาวสำหรับทาผนัง ปูนขาวสำหรับยึดติดวัสดุต่างๆ ที่มีกำลังการผลิตต่อเส้นทางการผลิต 100 กิโลตัน/ปีขึ้นไป โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตปูนขาวคุณภาพสูงที่มีกำลังการผลิตต่อเส้นทางการผลิต 50 กิโลตัน/ปีขึ้นไป และโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตปูนขาวสำหรับงานก่อสร้างที่มีกำลังการผลิตต่อเส้นทางการผลิต 1,000 กิโลตัน/ปีขึ้นไป (5) พัฒนาเทคโนโลยีสำคัญที่มีลักษณะร่วมกัน เช่น เทคโนโลยีในการทำให้แร่ฟอสเฟตมีคุณภาพดีขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำและประสิทธิภาพสูง รวมถึงเทคโนโลยีสำหรับการผลิตวัสดุเชื่อมติดที่มีคุณภาพดีและมีต้นทุนต่ำจากแร่ฟอสเฟตคุณภาพต่ำ นอกจากนี้ยังรวมถึงเทคโนโลยีสำคัญในการใช้แร่ฟอสเฟตที่เกิดขึ้นจากกระบวนการอุตสาหกรรมเพื่อปรับปรุงคุณภาพดินอีกด้วย (6) พัฒนาเทคโนโลยีในการจัดการกับแร่ฟอสเฟตด้วยวิธีทางเคมีอย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ เช่น การผลิตซัลเฟอริกแอซิดพร้อมกับปูนซีเมนต์ หรือแคลเซียมออกไซด์ การผลิตซัลเฟอริกแอซิดพร้อมกับคาร์บอเนตแคลเซียม และการผลิตโพแทสเซียมซัลเฟตพร้อมกับแอมโมเนียคลอไรด์ หรือปุ๋ยผสม NPK ที่มีส่วนประกอบของคลอรีน (7) กุญแจสำคัญในการใช้ประโยชน์จากแร่ฟอสเฟตก็คือ **การสนับสนุนทางนโยบาย** โดยต้องมีการสนับสนุนผ่านนโยบายด้านการคลัง ภาษี และพลังงาน เพื่อให้บริษัทต่างๆ สามารถทำกำไรจากการใช้ประโยชน์จากแร่ฟอสเฟตได้ หรืออย่างน้อยก็สามารถครอบคลุมต้นทุนได้ แนะนำให้ยกเว้นหรือคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ทางเคมี ฯลฯ ที่ผลิตจากแร่ฟอสเฟตไกลซีน 5 บทสรุป เนื่องจากความแตกต่างด้านเทคโนโลยีและระดับความเป็นอยู่ของประชาชน การใช้ประโยชน์จากแร่ฟอสเฟตในประเทศของเราจึงยังค่อนข้างล้าหลังอยู่ ปัจจุบัน กากฟอสเฟตที่เกิดขึ้นจากการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมฟอสเฟตส่วนใหญ่ ยังไม่ได้รับการนำไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียทรัพยากรและใช้พื้นที่โดยเปล่าประโยชน์เท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการนำกากฟอสเฟตเหล่านี้มาใช้ประโยชน์อย่า สามารถนำฟอสเฟตกาวใช้ในการผลิตวัสดุก่อสร้าง ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์ทางเคมีอื่นๆ ที่มีมูลค่าสูงและมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมสร้างการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรฟอสเฟตไกลซีนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Reply #32016-12-13
โพสต์นี้ถูกแก้ไขครั้งสุดท้ายโดย gyt0731 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2016 เวลา 11:26 :) มีการรวบรวมมาตรฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการใช้ปูนฟอสเฟต (ทั้งในและต่างประเทศ) ไว้ด้วยกัน (กรุณาดูที่ลิงก์นี้: http://bbs.hcbbs.com/thread-1651393-1-1.html) มีใครมีข้อมูลเพิ่มเติมบ้างไหมครับ? จากมาตรฐานทางเทคนิค การนำปูนฟอสเฟตมาใช้ (ในรูปของแผ่นปูนซีเมนต์ บล็อก อิฐ หรือผง) มีมาแล้วกว่า 20 ปี และจนถึงปัจจุบันก็ยังมีทั้งคำชื่นชมและคำวิจารณ์อยู่ ดูเหมือนว่าการนำฟอสเฟตกาบหินมาใช้จะมีปัญหาทางด้านจิตใจและผลกระทบต่อสุขภาพอยู่ไม่น้อย ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้คน โดยปัจจุบันมีปริมาณฟอสเฟตกาบหินอยู่ที่ 300 ล้านตัน และมีปริมาณเพิ่มขึ้นอีก 80 ล้านตันต่อปี ในอินเทอร์เน็ตมีรายงานเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ได้ รวมถึงมีการสนับสนุนให้มีการนำฟอสเฟตกาบหินมาใช้ด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับอันตรายของฟอสเฟตกาบหิน และเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการนำมาใช้ แล้วทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?

Submit a Project

**Looking for Chemical Technology, Equipment & Solutions?** No Registration Required Broader Platform Exposure | Global Chemical Service Provider Connections

Submit Request — Free Consultation

Disclaimer

This is an automated machine translation of the original thread. Some technical terms may have inaccuracies; the original text shall prevail. Click "View Original" at the top right to access the source page, which supports IP-based automatic real-time language translation. Please watch out for contact details and sales inducements to prevent fraud. All content and translations are for reference only, representing solely the poster's personal views. For enquiries, email service@hcbbs.com.