เรื่องหนึ่งที่ฉันได้สัมผัสด้วยตัวเอง
Thread Content
วันนี้มีเหตุการณ์หนึ่งที่เพื่อนของผมซึ่งทำงานอยู่ที่ฝ่ายจัดการอาคารได้ประสบพบเจอด้วยตัวเอง เพื่อนผมทำงานอยู่ที่ฝ่ายจัดการอาคาร ตอนเที่ยง 11 โมงครึ่งกำลังจะเลิกงาน ก็มีลูกบ้านชั้น 7 ที่ไม่ยอมจ่ายค่าบริการจัดการอาคาร เดินมาที่ฝ่ายจัดการเพื่อสอบถามว่าทำไมเครื่องทำความร้อนในบ้านของเขาถึงไม่ร้อน เพื่อนผมก็ช่วยวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ให้ เช่น การเปิดวาล์ว การระบายอากาศ และยังโทรไปหาบริษัทจำหน่ายความร้อนให้เพิ่มแรงดันน้ำร้อนอีกด้วย ต่อมา ลูกบ้านคนนั้นบอกว่าท่อหลักในบ้านของเขาไม่มีความร้อนเลย เพื่อนผมจึงบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณลองล้างตะแกรงกรองดูสิ” แล้วก็พาเขาไปที่ห้องเก็บท่อแล้วบอกว่าไหนคือตะแกรงกรอง จะปิดวาล์วอย่างไร และจะล้างอย่างไร ลูกบ้านคนนั้นพูดอย่างมั่นใจว่าตัวเองทำได้ จึงยืมประแจจากฝ่ายจัดการแล้วกลับบ้านไปล้างตะแกรงกรองด้วยตัวเองพอเพื่อนผมเลิกงานกลับบ้าน ก็มีลูกบ้านคนนั้นโทรมาแจ้งว่าน้ำรั่วในบ้าน เขาจึงถามว่าเกิดจากอะไร แต่ลูกบ้านคนนั้นกลับตะโกนโวยวายในโทรศัพท์อย่างไม่มีเหตุผล เพื่อนผมโกรธจนต้องวางสาย จากนั้นจึงโทรหาช่างประปาและรปภ. ให้ไปช่วยปิดวาล์วและแก้ไขปัญหาน้ำรั่วให้
ช่วงบ่าย ลูกบ้านผู้หญิงของบ้านนั้นเดินมาที่ฝ่ายจัดการราวกับคนบ้า กล่าวหาว่าเพื่อนผมให้คำแนะนำผิดจนทำให้เกิดน้ำรั่ว พร้อมกับด่าทอไปด้วย ในขณะนั้นเอง ลูกบ้านชั้น 2 ก็มาที่ฝ่ายจัดการเพราะน้ำเข้าบ้าน เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า น้ำจากชั้น 7 รั่วออกมาจากห้องเก็บท่อแล้วไหลเข้าไปในห้องเปล่าชั้น 3 ก่อนจะซึมเข้าไปในห้องที่เพิ่งตกแต่งใหม่ของชั้น 2 ทั้งสองครอบครัวจึงคุยกัน แล้วลูกบ้านผู้หญิงชั้น 7 ก็โวยวายราวกับคนบ้าอีกครั้ง โดยยืนยันว่าเพื่อนผมให้คำแนะนำผิด และเรียกร้องให้ฝ่ายจัดการรับผิดชอบ เรื่องนี้กินเวลาไปทั้งบ่าย
ตอนที่เพื่อนผมเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง เขามีสีหน้าหมดหวัง แล้วพูดว่า “คนรุ่นใหม่สมัยนี้ทำอะไรไม่เป็นเลย แถมยังไม่รู้จักเหตุผลอีก” หลังจากนั้น เพื่อนผมก็เล่าเรื่องอีกเรื่องหนึ่งเสริมว่า เมื่อเดือนมิถุนายน มีน้ำรั่วจากกระเบื้องหลังคาบ้านชั้น 7 เพื่อนผมจึงติดต่อช่างมาซ่อมแซมงานกันน้ำ แต่กลับถูกลูกบ้านผู้หญิงคนนั้นด่าจนต้องหนีไป ต่อมา เพื่อนผมต้องไปพูดดีกับช่างคนนั้นถึงจะยอมกลับมาซ่อมอีกครั้ง