Thread Content
ใน ASPEN HYSYS เมื่อทราบองค์ประกอบของสารต่างๆ และกำหนดค่าอุณหภูมิ ความดัน และสัดส่วนของก๊าซไว้ 2 ค่าใด 2 ค่าหนึ่ง HYSYS ก็จะทำการคำนวณกระบวนการแยกก๊าซออกมาได้ สมมติว่าในกระบวนการขนส่งมีองค์ประกอบทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ A, B, C, D, E ซึ่งสามารถก่อให้เกิดสามเฟสได้ โดยค่า f = C – P + 2 = 5 – 3 + 2 = 4 ดังนั้น จำนวนอิสระของระบบนี้จึงเท่ากับ 4 หากทราบค่าความดันและอุณหภูมิแล้ว โดยอาศัยหลักการสมดุลของสถานะต่างๆ ซึ่งระบุว่าค่าฟิวชันของส่วนประกอบต่างๆ ในแต่ละสถานะจะเท่ากัน เราจึงสามารถหาความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบต่างๆ ในแต่ละสถานะได้ ดังนั้น สำหรับส่วนประกอบ 5 ชนิด หากทราบค่าส่วนประกอบ 2 ชนิดในสถานะใดสถานะหนึ่ง ค่าส่วนประกอบอีก 3 ชนิดในสถานะนั้นก็จะถูกกำหนดขึ้นมาได้เช่นกัน ดังนั้น สำหรับระบบที่มีองค์ประกอบหลายชนิดและมีหลายเฟส หากทราบค่าความดันและอุณหภูมิ ก็สามารถใช้สมการสถานะเพื่อหาค่าฟรีโดมของแต่ละองค์ประกอบในแต่ละเฟสได้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถคำนวณค่าการระเหยของระบบได้ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมเมื่อรู้ค่าสัดส่วนของก๊าซ รวมถึงค่าความดันหรืออุณหภูมิแล้ว เราถึงสามารถคำนวณการแยกตัวของสารในระบบได้ หากทราบปริมาตร และทราบอุณหภูมิหรือความดันอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็สามารถคำนวณการระเหยแบบฟลัชได้ แต่สัดส่วนในสถานะก๊าซนั้นไม่เหมือนกับปริมาตร ผมงงมาตลอด ขอคำแนะนำจากผู้ที่มีความรู้ด้วยครับ.
รู้สึกว่าไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดนะ ตอนแรกบอกว่าต้องรู้องค์ประกอบของสองส่วนผสมในแต่ละเฟสก่อน แล้วองค์ประกอบของอีกสามส่วนผสมในแต่ละเฟสก็จะถูกกำหนดขึ้นมาเช่นกัน. ประโยคสุดท้ายระบุว่า หากทราบปริมาตร และทราบอุณหภูมิหรือความดันอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็สามารถคำนวณค่าการระเหยได้
สิ่งที่คุณพูดถึงเรื่องการกำหนดอัตราส่วนของสถานะก๊าซนั้น จริงๆ แล้วก็เข้าใจได้นะ หากกำหนดอัตราส่วนของสถานะก๊าซได้แล้ว อัตราการไหลของก๊าซและของเหลวก็จะถูกกำหนดขึ้นมาด้วย รวมถึงองค์ประกอบและอัตราการไหลที่เข้ามาด้วย ดังนั้นก็จะเกิดสภาวะสมดุลทางมวลขึ้น ไม่ใช่แค่สภาวะสมดุลของสถานะต่างๆ เท่านั้น แต่ยังมีสมการสมดุลทางมวลเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งสมการ ดังนั้นจำนวนตัวแปรอิสระก็จะลดลงหนึ่งตัว ส่วนการกำหนดเพียงอุณหภูมิและความดันนั้น ก็ยังจำเป็นต้องแก้สมการสมดุลทางมวลอีกด้วย